Page 12 - ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
P. 12

1


                                                         บทที่ 1

                                                          บทนำ


               1.1 ความสำคัญของการวิจัย

                       การทำเกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติบนพื้นที่การเกษตรที่ไม่มี
               สารพิษตกค้าง และหลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริม

               ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุล
               ธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์หรือสิ่งที่ได้มาจากการตัดต่อพันธุกรรม ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีแผนการ

               จัดการอย่างเป็นระบบในการผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์

                       รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านเกษตรอินทรีย์โดยกำหนดให้การพัฒนาเกษตรอินทรีย์
               ของประเทศเป็นงานสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เนื่องจากเกษตรอินทรีย์เป็นทางเลือก

               ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน มีความมั่นคงด้านอาหารและความปลอดภัยต่อสุขภาพ
               ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ทั้งในและ

               ต่างประเทศ และได้มีการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ภายใต้กลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง

               เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของแต่ละจังหวัดให้ขยายผล
               ครอบคลุม 13 กลุ่ม 56 จังหวัด เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติเกิด

               ผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์ และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร

               ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดให้มากขึ้น
               เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สนใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้การบริโภคข้าวอินทรีย์และสินค้า

               อินทรีย์ในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน พื้นที่เกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ในปี 2562
               มี 531,620.67 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีพื้นที่ 357,431.25 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.73 โดยส่วนใหญ่

               เป็นการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกข้าว ผัก และผลไม้ สินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งออกที่สำคัญของไทย ในปี 2561

               ประกอบด้วย 2 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ข้าว และผลไม้ (สดและแปรรูป) คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวม 853.01
               ล้านบาท สินค้าข้าว มีปริมาณการส่งออก 16.545 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 756.07 ล้านบาท ตลาดส่งออกหลัก

               ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐประชาชนจีน สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก (สำนักงาน
               เศรษฐกิจการเกษตร, 2562)

                       ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพทำให้ข้าวอินทรีย์ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพแล้ว

               ข้าวอินทรีย์ยังมีความพิเศษในทุกขั้นตอนการผลิต เพราะต้องใส่ใจในการปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี
               พิถีพิถันตั้งแต่การเตรียมดิน ไปจนถึงการสีข้าว การขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวอินทรีย์ของไทย ตั้งแต่การผลิต

               การแปรรูป และการตลาดให้ประสบความสำเร็จและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  และสร้างมูลค่าเพมให้กับข้าว
                                                                                                ิ่
               อินทรีย์แบบครบวงจรโดยศึกษาการดำเนินการที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่สร้าง
               ความสัมพันธ์ และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของห่วงโซ่คุณค่า วงจรของห่วงโซ่คุณค่าจะต้องมองความสัมพนธ์
                                                                                                       ั
               ของกิจกรรมต่าง ๆ อย่างครบวงจร โดยพิจารณาว่ากระบวนการใดบ้างที่มีความสำคัญจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17