Page 156 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 156
148
ี
ู
ั
ข้นท 2 การจัดเตรียมขอมล (Data management) โดยจดบันทกเตรียมเปนลักษณะแฟม
่
ึ
ตาง ๆ ดังนี้
แฟมความหลากหลายของพืชสมุนไพรพื้นบานในพนทลุมน้ําลี้ แบงออกเปนแฟมยอย 8 แฟม
ื้
ี่
ยอย คือ
แฟมที 1 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชขับปสสาวะ
่
แฟมที่ 2 กลุมพืชสมุนไพรแกไข
แฟมที 3 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชเปนยาแกทองเสีย
่
่
แฟมที 4 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชเปนยาถายพยาธิ
แฟมที 5 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชเปนยาบํารุงกําลัง
่
แฟมที 6 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชบรรเทาอาการปวดเมื่อยกลามเนื้อ
่
แฟมที่ 7 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชแกโรคผิวหนัง
แฟมที่ 8 กลุมพืชสมุนไพรที่ใชเปนสารไลแมลง
แฟมการใชประโยชนพชสมนไพรของประชาชน แบงออกเปนแฟมยอย 2 แฟมยอย คือ
ุ
ื
แฟมการใชประโยชนเพื่อการดูแลสุขภาพ
แฟมการใชประโยชนทางการคา
ข้นท 3 การใหรหัส (Coding) จัดหมวดหมขอมล (Categoring) งานวิจัยนีใหความสําคัญกบ
้
่
ู
ู
ั
ั
ี
คําวาความหลากหลายของพืชสมุนไพรพื้นบานและการใชประโยชนพชสมนไพร
ื
ุ
ขั้นที่ 4 การทําขอสรุปชั่วคราวและการตัดทอนขอมูล (Memoing data reduction)
ข้นท 5 การเสนอขอมูลเพอการวิเคราะหและการนําเสนอ (Displaying data for analysis
่
ื
ั
ี
่
and presentation) เปนการนําขอสรุปยอย ๆ มาเชื่อมโยงกันเพื่อหาขอสรุปโดยใชแผนภูมิ (Charts)
ั้
ี่
ขนท 6 การประมวลและสรุปขอเท็จจริง (Drawing and verifying conclusions) โดยการ
ระบุความสัมพันธของสถานการณความหลากหลายของพชสมุนไพรพ้นบานและการใชประโยชนืพืช
ื
ื
ั
ุ
ิ
สมนไพรกบแนวคดทฤษฎีที่เกี่ยวของ
ขั้นที่ 7 การพิสูจนบทสรุปโดยการตรวจสอบขอมูลแบบสามเสา
ั
ในสวนของการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลจะใชการพรรณนารวมกบภาพถายทเกยวของ เชน ผลการ
ี
ี
่
่
วิเคราะหความหลากหลายของพืชสมุนไพรพื้นบานกลุมพืชสมุนไพรบํารุงกําลัง แบงตามวิธีการใชได ดังนี้
ิ
1. การนําบางสวนมาดองสุรา ไดแก กาฝากไมสัก (ก่ง กาน) มะเขือแจเครือ (ราก) ฮอสะ
ปายควาย (เปลือก)
2. การนําบางสวนมาตมกบน้ําแลวนํามาด่ม ไดแก หญาหนวดแมลง (ทกสวน) เถาใจนาง
ั
ื
ุ
(เถา) ไมฝาง (แกนไม) เปลาเลือดเครือ (ใบ) หญาปกตอ (เถา)
3. การนําบางสวนมาปรุงเปนตํารับอาหาร ไดแก ผักจุมปา (ยอดออนนํามาปรุงเปนอาหาร
ั
ี
ตารับยําโดยใชเครื่องปรุงแบบภาคเหนือ) ผักไห (ยอดออนนํามาปรุงเปนอาหารตํารับแกง ท้งนี้มขอหาม
ํ
สําหรับผูหญิงที่ตั้งครรภหามรับประทานจะทําใหแทงลูกได)
ิ
การวเคราะหขอมูลทุติยภูม ิ
ิ
ุ
้
ั
ขอมลทติยภูมไดมาจากการวิจัยเอกสาร โดยเอกสารทงเอกสารปฐมภูมิและทุตยภูมิควรมีความ
ิ
ู
ทันสมัย และสอดคลองกับสถานการรปญหาการวิจัย มีขั้นตอนการวิเคราะหขอมูล ดังนี้

