Page 110 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 110
102
่
แล้ว ทหาร..จงนำมันไปปล่อยให้ถึงป่าที่อยู่เดิม ส่วนเกินนรตัวนั้นนำมันไปส่งโรงครัว ยางมันเป้นอาหารเช้า
ในวันพรุ่งนี้” ฝ่ายกินนรเห็นว่าตัวเองต้องตายแน่จึงพูดขึ้นว่า “มหาราชเจ้า ฝูงปศุสัตว์พึ่งฝน ประชาชนพึ่ง
ปศุสัตว์ พระองค์เป็นที่พึ่งของข้าพระบาท ภรรยาเปนที่พึ่งของข้าพระองค์ ภรรยาเมื่อทราบว่าสามีตายแล้ว
็
ค่อยไปภูเขา ที่ข้าพระบาทไม่พูดมิใช่จะขัดพระดำรัส แต่เพราะเห็นโทษของการพูดมาก จึงมิได้พูด พระเจ้า
ข้า “พระราชาทรงโสมนัสว่ากินนรตัวนี้เป็นบัณฑิตกล่าวถูกต้อง จึงรับสั่งให้นายพรานนำพวกมันกลับไป
ปล่อยยังที่อยู่ตามเดิม ตักการิยะเมื่อนำเรื่องมาเปรียบเทียบแล้วพูดปลอบอาจารย์ว่า “อาจารย์ครับ กินนร
ั
ทั้งคู่รักษาคำพูดของตนไว้และรอดชีวิตได้เพราะคำพูด ส่วนท่านมีความทุกข์เพราะคำพูด ท่านอย่ากลวไป
่
เลยผมจะให้ชีวิตท่านเอง” แล้วก็บอกพวกอำมาตย์วายังไม่ได้ฤกษ์รอให้ถึง 3 ทุ่มก่อนฤกษ์ถึงจะดี จึงให้คน
นำแพะตายตัวหนึ่งมาแทนที่พราหมณ์ แล้วประกอบพิธีบวงสรวงสร้างประตูในวันนั้น และได้ปล่อย
พราหมณ์ปุโรหิตให้หนีไปอยู่ที่อื่น
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ควรพูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และไพเราะเท่านั้น ๛
ความเร็วของพญาหงส์ (ชวนหังสชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารถพระเทศนาทัฬหธัมมนนุคคหสูตร
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นชวนหงส์ มีหงส์บริวาร
์
90,000 ตัว อาศัยอยู่ภูเขาจิตตกูฏ วันหนึ่ง ชวนหงสบริวารไปกินข้าวสาลีเกิดเองในสระแห่งหนึ่งอิ่มแล้ว
ตอนเย็นก็พากันบินกลับภูเขาจิตตกูฏผ่านเมืองพารณสีไป ขณะนั้นพระราชาเมืองพารณสีทอดพระเนตร
เห็นชวนหงส์บินนำหน้าฝูงหงส์ไป จึงตรัสแก่อำมาตย์ว่า “หงส์ตัวนั้นคงจะเป็นราชาหงส์เช่นเดียวกับเรา
เป็นแน่” เกิดความรักในพญาหงส์นั้นทรงถือดอกไม้่ของหอมแล้วให้ประโคมดนตรี พญาหงส์เหลือบเห็น
พระราชายืนทอดพระเนตรตนอยู่ จึงถามฝูงหงส์ว่า “พระราชาทรงทำสักกาะรพวกเราด้วยมีพระประสงค์
อะไร” เมื่อฝูงหงส์ตอบว่า “ทรงมีพระประสงค์มิตรภาพกับพระองค์พระเจ้าข้า “ก็ทำมิตรภาพกับพระราชา
์
แล้วก็บินหนีไป อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จไปสวนหลวง ฝ่ายชวนหงสบินไปสระอโนดาต ใช้ปีกข้างหนึ่ง
นำน้ำ อีกข้างหนึ่งนำผงมาโปรยใส่พระราชา แล้วบินกลับภูเขาจิตตกูฏ ตั้งแต่วันนั้นมาพระราชาเฝ้าแต่
่
คิดถึงชวนหงส์ ดำริวา “สหายของเราจะมาวันนี้ ๆ” สมัยนั้น ชวนหงส์มีน้องอีกสองตัว พวกมันปรึกษากัน
จะบินแข่งกับพระอาทิตย์ ถูกชวนหงส์ห้ามไว้ก็ไม่ฟัง เช้าตรู่วันหนึ่งพวกมันพากันไปจับอยู่ยอดเขายุคันธร
เมื่อชวนหงส์ไม่เห็นน้องทั้งสองจึงติดตามไปที่ยอดเขายุคันธรด้วย พอดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นไปเท่านั้น หงส์ทั้งคู่
็
ก็บินถลาขึ้นไปกับดวงอาทิตย์นั้น ชวนหงส์ก็บินไปกับน้องชายทั้ง 2 ด้วย น้องเลกบินแข่งไปได้นิดเดียว
เพียงเวลาสายก็อิดโรยบินไปไม่ไหว ชวนหงส์จึงนำไปส่งไว้ที่ภูเขาจิตตกูฏมอบให้ฝูงหงส์ดูแลแล้วบินกลับไป
ทันน้องกลาง น้องกลางบินไปได้เวลาเที่ยงก็อิดโรยบินต่อไปไม่ไหว ชวนหงส์ก็นำเขาไปภูเขาจิตตกูฏ
ตามเดิมขณะนั้นดวงอาทิตย์อยู่กลางฟ้าพอดี ชวนหงส์คิดอยากลองกำลังของตนเอง ใช้เวลาบินรวดเดียวไป
จับที่ยอดเขายุคันธรแล้วบินรวดเดียวมาที่ดวงอาทิตย์ บินไปกับดวงอาทิตย์ บางคราวอยู่หน้า บางคราวอยู่
หลังดวงอาทิตย์ เห็นว่าไม่มีประโยชน์จึงบินไปเมืองพาราณสี เพื่อไปพบพระราชา จับอยู่ที่สีหบัณชร
ั
(หน้าต่าง) พระราชาทราบว่าหงส์ผู้สหายมาถึงแล้ว รบสั่งให้ตั้งตั่งทองให้พญาหงส์จับและตรัสว่า “พญา
หงส์ ดีใจที่ท่านมา ในพระราชวังนี้ มีสิ่งใดที่ท่านรังเกียจโปรดบอกด้วย สหาย.. มาลำพังผู้เดียวท่านไปไหน
มาเล่า “พญาหงส์จึงเล่าเรองต่าง ๆ ให้ฟัง พระราชาต้องการทอดพระเนตรความเร็วของพญาหงส์ จึงตรัส
ื่
ให้พญาหงส์แสดงให้ดูพญาหงส์รับคำวา “ถ้าแข่งความเร็วกับดวงอาทิตย์นั้นก็คงจะแสดงไม่ได้แล้วละ
่
เพราะดวงอาทิตย์จะตกดินแล้ว ขอเชิญพระองค์ให้นายขมังธนู 4 นายมาประชุมกันเถิด ข้าพเจ้าจักแสดง

