Page 114 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 114
106
“ความกำหนัดเกิดในกายทำลายผิวพรรณของท่าน ท่านจงพยายามทำลายความกำหนัดของท่านนั้นเสีย
เถิด” ดาบสได้สติกลับคืนมาแล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “กาลเหล่านั้นทำแต่ความมืดให้ มีทุกข์มาก มีพิษใหญ่
หลวง อาตมาจักค้นหามูลรากแห่งกามเหล่านั้นจักตัดความกำหนัดพร้อมเครื่องผูกเสีย” ว่าแล้วก็ขอโอกาส
ปฏิบัติธรรมในบรรณศาลาพิจารณาดวงกสิณ ยังฌานที่เสื่อมให้เกิดขึ้นได้แล้ว เหาะขึ้นสู่อากาศแสดงธรรม
แก่พระราชาแล้วขออำลากลับเข้าป่าตามเดิม
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อำนาจของกิเลสตัณหาทำให้คนหน้ามืดไม่มีสติ ๛
ตระกูลที่ไม่ตายวัยหนุ่ม (มหธัมมปาลชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดนิโครธาราม เมืองกบิลพัสดุ์ ทรงปรารภความไม่เชื่อของพระบิดา
์
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า ...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ รักษาธรรม
กุศลกรรมบถ 10 ตระกูลหนึ่ง ในเมืองพาราณสีมีชื่อว่า ธรรมบาล ในตระกูลของเขารวมทั้งทาสคนรับใช้
เป็นคนให้ทานรักษาศีลอุโบสถเป็นประจำมิได้ขาด ธรรมบาลเมื่อเติบโตแล้วได้ไปเรียนศิลปวิทยาที่เมืองตัก
ี
กสิลา ได้เป็นหัวหน้ามานพ 500 คนที่เรียนด้วยกัน วันหนึ่งลูกชายคนโตของอาจารย์ได้เสยชีวิตลง อาจารย์
ญาติ และลูกศิษย์คนอื่น ๆได้ร้องไห้คร่ำครวญเศร้าโศกอยู่ มีธรรมบาลคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ร้องไห้ เมื่อกลับ
จากป่าช้าแล้วพวกลูกศิษย์ก็พากัน นั่งสนทนากันว่า “น่าเสียดาย ลูกชายอาจารย์ผู้มีมารยาทเรยบร้อย
ี
ต้องมาตายเมื่อยังหนุ่มแน่นนะ” ธรรมบาลถามขึ้นว่า “เพื่อน.. เป็นเพราะเหตุไรคนถึงตายในวัยหนุ่ม วัย
หนุ่มยังไม่ควรตายมิใช่หรือ?” เพื่อนพูดตอบวา “ธรรมบาล..ท่านไม่รู้จักความตายหรือ?” ธรรมบาล” เรารู้
่
แต่ไม่เคยเห็นใครตายในวัยหนุ่ม เห็นแต่คนแก่ตาย” เพื่อน” สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงมีแล้วกลับไม่มีมิใช่
หรือ?” ธรรมบาล” มีแต่คนตายในวัยแก่ ตายในวัยหนุ่มไม่มี” เพื่อน” เป็นประเพณีของตระกูลท่านหรือ?”
ธรรมบาล” ใช่แล้วล่ะ” เพอนได้นำเอาคำสนทนากันไปเล่าสู่อาจารย์ฟัง อาจารย์ต้องการพิสูจน์ความจริง
ื่
จึงมอบให้ธรรมบาลเป็นผู้สอนศิษย์แทน ตนเองจะเดินทางไปทำธุระต่างเมืองสั่งธรรมบาลแล้ว ก็ให้นำ
กระดูกแพะตัวหนึ่งล้างน้ำดีแล้วใส่กระสอบให้คนรับใช้คนหนึ่งถือตามไปด้วย เมื่อถึงบ้านของธรรมบาลแล้ว
ก็เข้าไปสนทนากับบิดาของธรรมบาล แสร้งพูดว่า “พราหมณ..ลูกชายท่านมีสติปัญญาดีมาก แต่เสียดาย
์
เขาได้ตายด้วยโรคอย่างหนึ่งเสียแล้ว ขอท่านอย่าเศร้าโศกเลยนะ” พราหมณ์พอฟังจบได้ตบมือหัวเราะดัง
ลั่น เมื่อถูกอาจารย์ถามว่า “พราหมณ์..ท่านหัวเราะทำไม?” ก็ตอบว่า “อาจารย์..ลูกฉันยังไม่ตาย ที่ตายนะ
ั
่
เป็นคนอื่น” เมื่ออาจารย์นำกระดูกออกมายืนยัน ก็ยงตอบอยู่วา “อาจารย์...คงเป็นกระดูกสัตว์หรือกระดูก
คนอื่น ลูกฉันยังไม่ตายหรอก เพราะในตระกูลเรา 7 ชั่วโคตรมาแล้ว ไม่เคยมีใครตายในวัยหนุ่มเลยละ” ทุก
้
์
คนในครอบครัวต่างหัวเราะถือเป็นเรื่องตลกไป สรางความอัศจรรย์แก่อาจารยเป็นอย่างยิ่ง อาจารย์จึงถาม
ต่อเพื่อคลายความสงสัยว่า “พราหมณ์ตระกูลของท่าน เพราะเหตุไร คนวัยหนุ่มจึงไม่มีคนตายละ?”
พราหมณ์จึงพรรณนาเหตุของคนวัยหนุ่มในตระกูลไม่มีใครตายว่า “พวกเราประพฤติธรรม ไม่พูดมุสา งด
เว้นกรรมชั่ว ฟังธรรมของสัตบุรุษ ละธรรมอสัตบุรุษ ก่อนให้ทานพวกเราตั้งใจดีแม้กำลังให้ก็มีใจเบิกบาน
เมื่อให้แล้วก็ไม่เดือดร้อนภายหลัง พวกเราเลี้ยงดูสมณะ คนเดินทางไกล วณิพก ยาจกและคนขัดสนให้อิ่ม
พวกเราไม่นอกใจสามีภรรยา งดเว้นจากาการฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ดื่มของเมา บุตร มารดา บิดา
พี่น้อง สามีภรรยา ทาสคนรับใช้ ล้วนแต่ประพฤติธรรมมุ่งประโยชน์ในโลกหน้า เพราะประพฤติธรรมอย่าง
ั
นี้แหละคนหนุ่ม ของพวกเราจึงไม่ตาย” แล้วกล่าวเปนคาถาว่า “ธรรมแลย่อมรกษาผู้ประพฤติธรรม ธรรม
็
ที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ นี่เป็นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้ประพฤติธรรมย่อมไม่
ไปสู่ทุคติ” แล้วพูดต่ออีกว่า “ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน ธรรมบาลบุตรของ

