Page 143 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 143
135
ที่พระศาสนจักรเคารพนับถือเป็นนักบุญ และยังมีนักบุญชายหญิงมากมายที่ได้เริ่มชีวิตไม่ดี แต่ว่าได้กลับ
้
ใจมารักพระเจาภายหลัง ถ้าหากพระเป็นเจ้าได้ทรงพระเมตตาต่อคนเหล่านั้นได้ พระองค์ก็จะบันดาลให้
เราเป็นนักบุญได้เช่นกัน ถ้าหากว่าเราได้ต้อนรับการเชื้อเชิญจากพระเป็นเจ้าให้ทำงานในสวนองุ่น สมัครใจ
รับศีลล้างบาป และกลายเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร แต่ในภายหลังเรารู้สึกใจเย็นใจเฉยไม่มีความร้อน
รนเหมือนตอนแรกๆ เพื่อทำงานที่พระเป็นเจ้าได้ทรงมอบให้แก่เรา เรายังมีเวลาที่จะกลับใจและเริ่มงาน
อย่างดี ขอให้เราพิจารณามโนธรรมต่อหน้าพระเป็นเจ้าว่าในอดีตเราได้ใช้เวลามากน้อยเพียงไรทำงานเพื่อ
้
พระเป็นเจ้า และถ้าหากในขณะนี้เราจะต้องให้การต่อหน้าพระเป็นเจา ให้เราพิจารณาดูเสียว่าผลงาน
ของเราเป็นอย่างไร องุ่นของเราผลิดอกออกผลเท่าที่ควรหรือไม่ หรือว่าสวนองุ่นเต็มไปด้วยกอหนาม
ู่
องุ่นนั้นก็กำลังเฉาและเหี่ยวลง ถ้าหากว่าสวนองุ่นของเรายังรกอย ขอให้เราขอบพระคุณพระเป็นเจ้าที่ได้
ทรงประทานเวลาให้เราสามารถจัดการถางหญ้าร้ายและพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ต้นองุ่น และดังนี้ เมื่อพระองค์
จะเรียกเราให้ไปรายงานเกี่ยวกับกิจการงานของเราก็จะเข้าไปหาพระองค์ด้วยความไว้วางใจ และด้วย
ความหวัง เพราะเราได้ทำหน้าที่ที่พระองค์ทรงมอบหมายอย่างดีแล้ว
คนเช่าสวนชั่วร้าย (มธ 21:33-45 เทียบ มก 12:1-2, ลก 20:9-19, ยน 8:37)
ั
33 จงฟังคำอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า ยงมีเจ้าของสวนผู้หนึ่งได้ทำสวนองุ่นแล้วล้อมรั้วไว้รอบ เขาได้สกัด
34
ุ่
บ่อย่ำองุ่นในสวน และสร้างหอเฝ้า ให้ชาวสวนเช่า แล้วก็ไปต่างประเทศเสีย ครั้นถึงฤดูผลองน จึงใช้พวก
บ่าวไปหาคนเช่าสวน เพื่อจะรับผลของเขา แต่คนเช่าสวนนั้นจับคนของเขาเฆี่ยนตีเสียคนหนึ่ง ฆ่าเสียคน
35
36
หนึ่ง เอาหินขว้างเสียให้ตายคนหนึ่ง อีกครั้งหนึ่งเขาก็ใช้บ่าวอื่นๆไปมากกว่าครั้งก่อน แต่คนเช่าสวนก็ได้
37
38
ทำแก่เขาอย่างนั้นอีก ครั้งที่สุดเขาก็ใช้บุตรของเขาไปหา พูดว่า เขาคงจะเคารพบุตรของเรา แต่เมื่อคน
39
เช่าสวนเห็นบุตรเจ้าของสวนมาก็พูดกันว่า คนนี้แหละเป็นทายาท ฆ่าเสียเถิด แล้วก็ยึดมรดกของเขา เขา
40
ี
จึงพากันจับบุตรนั้นผลักออกไปนอกสวนแล้วฆ่าเสย เหตุฉะนั้นเมื่อเจ้าของสวนมา ท่านจะทำอย่างไรแก่
41
คนเช่าสวนเหล่านั้น เขาทั้งหลายทูลตอบว่า ท่านจะฆ่าคนร้ายเหล่านั้นให้ตายร้าย และจะให้สวนนั้นแก่
คนเช่าอื่นที่จะแบ่งผลให้โดยถูกต้องตามฤดูกาลต่อไป พระเยซูตรัสกับเขาว่า ท่านทั้งหลายยังไม่ได้อ่านใน
42
พระคัมภีร์หรือ ซึ่งว่า ศิลาซึ่งช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย ยังได้เป็นศิลามุมเอกแล้ว การนี้เป็นมาจากพระเจ้า เปน
็
43
การมหัศจรรย์ประจักษ์ตาเรา เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า แผ่นดินของพระเจาจะต้องเอาไปจากท่าน ยก
้
ให้แก่ชนชาติหนึ่งซึ่งจะกระทำให้ผลเจริญสมกับแผ่นดินนั้น ครั้นพวกมหาปุโรหิต กับพวกฟาริสีได้ยินคำ
44
45
เปรียบเหล่านั้น ก็หยั่งรู้ว่าพระองค์ตรัสเล็งถึงพวกเขา เขาอยากจะจับพระองค์ แต่กลัวประชาชน เพราะ
ประชาชนนับถือพระองค์ว่า เป็นผู้เผยพระวจนะ
ี
ในอุปมาเรื่องบุตรสองคน มธ 21:28-32 พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับชาวฟาริสว่า พวกเขาเป็นบุตรที่ไม่
นบนอบต่อพระเป็นเจ้า และดังนี้เขาก็ไม่มีส่วนในมรดกของพระองค์ ในอุปมาเรื่องนี้ พระองค์ต้องการจะ
ตรัสกับเขาว่า พวกเขานั้นมิใช่แต่เป็นเพียงบุตรที่หัวดื้อหัวรั้นเท่านั้น แต่ร้ายกว่าอีก พวกเขาได้เป็นผู้
กบฏและเป็นฆาตกร ในอดีตพวกเขาได้เคยฆ่าผู้รับใช้ของพระเป็นเจ้าและบรรดาประกาศก ซึ่งพระเป็น
เจ้าได้ทรงส่งไปหาพวกเขา รวมทั้งนักบุญยอห์น บัปติสต์ ด้วย และบัดนี้พวกเขาก็ได้ตัดสินใจ ที่จะ
ประหารพระบุตรองค์เดียวของพระเป็นเจ้า (เทียบ ยน 11) เพราะความผิดอันร้ายแรงนี้เอง พระองค์จึงจะ
เอาสวนองุ่น (หมายถึงชาวอิสราเอล) หรืออาณาจักรสวรรค์ของพระเป็นเจ้าบนแผ่นดินนั้นคืนมา และจะ
มอบให้แก่คนอื่นที่จะทำให้สวนนั้นเกิดผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในพันธสัญญาเดิม เราได้พบอย ู่
บ่อยๆ ว่า สวนองุ่นนั้นเปรียบเหมือนอาณาจักรสวรรค์บนแผ่นดิน (เทียบ สดด 80:8-16, อสย 5:1-7,

