Page 141 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 141

133

              จะเข้าใจข้อความตอนนี้ได้ดี  เพราะอัครสาวกหลายๆ องค์ได้ถูกเบียดเบียน ถูกเฆี่ยนตี  และถูกจับใส่คุก
              และที่สุดสานุศิษย์บางองค์ได้ถูกฆ่า เช่นสเตเฟน  เป็นต้น เมื่อพระราชาได้ทราบข่าว  ผู้ที่เข่นฆ่าคนใช้ของ

              พระราชาก็ต้องโทษด้วย  พระราชาได้ทรงส่งกองทัพของพระองค์ไปทำลาย  บรรดาฆาตกร  และได้เผา
              เมืองของพวกเขา  อุปมานี้อาจจะเป็นคำพยากรณ์ของพระเยซูเจ้าก็ได้ จากประวัติศาสตร์  เราทราบว่า

              ในปี  ค.ศ. 70 กองทัพโรมัน ภายใต้การนำของตีตัส ได้บุกรุกกรุงเยรูซาเล็ม ทำลายและเผาเมือง ผู้ที่ได้รับ

              เชิญนั้นไม่เหมาะสม  ไม่ใช่พระราชาต้องการขจัดพวกเขา  แต่เพราะว่าพวกเขาทำตัวไม่เหมาะสมกับการ
              เลี้ยง  เนื่องจากความชั่วช้าของพวกเขา จงไปตามทางแยก  เนื่องจากชนชั้นนำไม่สนใจ  และงานเลี้ยงก็
              พร้อมแล้ว  พระราชาจึงมีพระบัญชาให้คนใช้ออกไปเชื้อเชิญคนตามถนนหนทางซึ่งเป็นสามัญชน  และไม่มี

                                                                       ์
              ตำแหน่งที่สำคัญในสังคม พบผู้ใดก็ตาม จงเชิญมาในงานวิวาหเถิด ผู้ส่งข่าวของพระเจ้าแผ่นดิน (บรรดา
              อัครสาวก) ได้ออกไปตามถนนหนทาง เพื่อไปประกาศว่าพระราชาได้จัดงานเลี้ยงไว้แล้ว  กล่าวคือ  ไป
              ประกาศพระวรสารในดินแดนต่างศาสนาว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงสถาปนาพระศาสนจักรแล้ว   ประชาชน

              เหล่านั้นต่างก็รีบมาในงานเลี้ยงด้วยความปิติยินดี  พวกเขาได้สมัครใจมาเป็นสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า
                                                                                                ์
              และได้กลายเป็นประชากรที่พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรรแทนพวกฟารีสี  ผลก็คือ  งานวิวาหมงคลนั้นก็เต็มไป
              ด้วยแขก เราควรจะจดจำไว้เสมอวา พระเป็นเจ้าทรงมีแผนการจะช่วยคนต่างศาสนาให้เข้าในอุระของ
                                             ่
              ศาสนจักร  แม้ว่าชาวฟาริสีจะมีท่าทีอย่างไรต่อพระวรสาร  อุปมาเรื่องนี้ต้องการเน้นว่าพระเป็นเจ้าทรง

              ทอดทิ้งชาวฟาริสีที่จองหอง  และพระองค์บันดาลให้คนต่างศาสนาที่ถูกเหยียดหยามจากชาวฟาริสีนั้นเข้า
              แทนที่ชาวฟาริสีเองในอาณาจักรสวรรค์ คนหนึ่งไม่สวมเสื้อสำหรับงานวิวาห์  ตามความเห็นของ

              ผู้เชี่ยวชาญทางพระคัมภีร์  ส่วนใหญ่ถือว่าตอนนี้เป็นการเปรียบเทียบเรื่องใหม่  แต่มีความสัมพันธ์อย่าง
              ใกล้ชิดกับอุปมาเรื่องที่เรากำลังศึกษาอยู่นี้  เพราะว่าในอุปมาเรื่องหลังนี้ก็มีทั้งคนดีและคนชั่วที่มาจากถนน

              หนทาง  อุปมาเรื่องหลังนี้ต้องการอธิบายว่า  แม้คนที่ถูกเชื้อเชิญแล้ว  ถ้าหากดำเนินชีพไม่เหมาะสมกับ

              อาณาจักรสวรรค์ก็จะต้องโทษด้วย เพื่อนเอ๋ย ท่านไม่ได้สวมเสื้อสำหรับงานวิวาห์ แล้วเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร
                                                                            ์
              แน่นอน  ในงานเช่นนี้แขกแต่ละคนจะต้องสวมเสื้อสำหรับงานวิวาหมงคลที่เขาคงจะหามาได้ไม่ยากนัก
                                                          ้
              เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าภาพซึ่งเป็นถึงพระเจาแผ่นดิน  มิฉะนั้น  พระราชาคงจะไม่ทรงพระพิโรธต่อผู้ที่
              ได้รับเชิญจากผู้นั้น  การที่เขาไม่สวมเสื้อที่เหมาะสมกับโอกาสแสดงว่าเขาขาดความนับถือต่อเจ้าภาพ  แต่

              เขาเงียบ ผู้นั้นไม่ได้โต้ตอบป้องกันตัว แสดงว่าเขายอมรับผิด และไม่อยากแก้ตัว  การที่พระทรงเรียกคน
              ต่างศาสนาให้เข้ามามีส่วนร่วมในพระศาสนจักรนั้น  ต้องถือว่าเป็นอภิสิทธิ์ทีเดียว  ถ้าหากบางคนทำตัวไม่

              สมกับเกียรติยศอันนั้น  ทั้ง ๆ ที่เขาอาจจะดำรงชีวิตตามหลักพระวรสารได้ไม่ยากนัก  เพราะพระเป็นเจ้า
              ทรงประทานพระหรรษทานที่จำเป็นแก่เขา  ถ้าหากเขาต้องโทษ  ก็ต้องถือว่าเป็นเพราะความผิดของเขา

              เอง  เขาจะโทษใครไม่ได้ จงมัดมือมัดเท้าของเขา เอาไปทิ้งในที่มืดข้างนอกเถิด  คนที่แต่งตัวไม่เหมาะสม
                         ์
              ในงานวิวาหมงคลจะอยู่ร่วมทานเลี้ยงกับแขกอื่นๆ ไม่ได้ฉันใด  คนบาปหรือคนที่ไม่มีคุณธรรมก็จะเข้า
              สวรรค์ไม่ได้ฉันนั้น  การมัดมือและเท้าของผู้ผิด  แสดงว่าผู้ที่ขาดความนับถือต่อพระราชานั้นจะหนีจาก

              อาชญาโทษไม่พ้น  ความมืดภายนอกและการขบฟันด้วยความขุ่นเคือง  หมายถึงการสูญเสียความสุขและ
              ได้รับความทุกข์ทรมาน ผู้รับเชิญมีมาก แต่ผู้รับเลือกมีน้อย  ทุกคนที่ถูกเรียกได้รับพระหรรษทานเพียงพอ

              จากพระเป็นเจ้าเพื่อเอาตัวรอด  ถึงกระนั้น  จากอุปมาบางคนอาจจะไม่ร่วมมือกับพระหรรษทานเพราะ
              ความผิดของเขาเอง  เขาจึงต้องรับโทษ
   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146