Page 142 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 142
134
บุตรสองคน (มธ 21:28-32)
28 แต่ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร คนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บิดาไปหาบุตรคนแรกว่า ลูกเอ๋ย วันนี้
30
29
จงไปทำงานในสวนองุ่นเถิด บุตรคนนั้นตอบว่า ไม่ไป แต่ภายหลังกลับใจแล้วไปทำ บิดาจึงไปหาบุตร
31
่
คนที่สองพูดเช่นเดียวกัน บุตรนั้นกล่าววา ไปขอรับ แต่ไม่ไป ก็บุตรสองคนนี้คนไหนเป็นผู้ทำตามใจของ
บิดาเล่า เขาทูลตอบว่า คือบุตรคนแรก พระเยซูตรัสตอบเขาว่า เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า พวก
32
เก็บภาษีและหญิงแพศยาก็เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าก่อนท่านทั้งหลาย ด้วยยอห์นได้มาหาพวกท่านสอน
ทางชอบธรรม ท่านหาเชื่อไม่ แต่พวกเก็บภาษีและพวกหญิงแพศยาได้เชื่อ ฝ่ายท่านทั้งหลาย ถึงแม้ได้เห็น
แล้วภายหลังก็มิได้กลับใจเชื่อยอห์น
ชาวฟาริสีเป็นพวกที่สบประมาทคนบาปและคนเก็บภาษี ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นคนบาปอย่าง
เปิดเผย เพราะพวกเขาเป็นเครื่องมือของพวกโรมัน รีดนาทาเร้นเพื่อนร่วมชาติยิวด้วยกัน แต่พวกคน
ื่
็
บาปนี้แหละเป็นผู้ที่พระเปนเจ้าทรงเหลียวแล พระเยซูเจ้าเคยตรัสไว้อย่างเปิดเผยวาพระองค์เสด็จมาเพอ
่
คนบาป พวกเขาถือบัญญัติของโมเสส แม้ว่าจะไม่ถือข้อปลีกย่อยเหมือนชาวฟาริสี พระเป็นเจ้าทรงเรียก
พวกคนบาปนี่แหละให้มาทำงานในสวนองุ่นของพระองค์ แต่พวกเขาได้ปฏิเสธ อย่างไรก็ดี เมื่อนักบุญ
ยอห์น บปติสต์ ได้ประกาศว่าพระเมสสิยาห์ที่พวกเขาได้รอคอยมาเป็นเวลาช้านานนั้นเสด็จมาถึงแล้ว
ั
และท่านนักบุญก็ได้เทศน์เตือนพวกเขาให้กลับใจใช้โทษบาป พวกคนเก็บภาษีและพวกโสเภณีได้เชื่อและ
ถือตามคำพูดของนักบุญยอห์น บัปติสต์ ได้เสยใจเพราะบาปของตน และได้สมัครใจติดตามพระเยซูเจ้า
ี
ตรงกันข้าม ชาวฟาริสีซึ่งเปรียบเหมือนกับบุตรชายคนที่สองในอุปมา เมื่อถูกสั่งให้ไปทำงานในสวนองุ่นก็
ตอบทันทีว่าจะไป แต่ที่สุดก็ไม่ได้ไป พวกเขาปฏิบัติตามกฎหมายของโมเสสตามตัวอักษรอย่างพิถีพิถัน
แต่ว่าขาดจิตตารมณ์ที่จะปฏิบัติตามกฎหมายนั้น การถือกฎหมายภายนอกนั้นหาได้เป็นที่พอพระทัยของ
พระเป็นเจ้าไม่ แต่ว่าเพื่อจะได้เป็นที่พอใจสำหรับตัวเองหรือเพราะความจองหองมากกว่า กล่าวคือ เพื่อ
จะให้คนชมเชยสรรเสริญ พระเยซูเจ้าเคยตรัสถึงชาวฟาริสีว่า กฎหมายที่สำคัญๆ และที่ถือยาก พวกเขาก็
ไม่ได้ถือ เช่น เรื่องความยุติธรรม ความเมตตากรุณา และศาสนกิจ แต่กลับชอบความฉ้อโกง การไม่
รู้จักประมาณตน ความใจบุญเทียม(เทียบ มธ 23:13-31) เพราะเหตุนี้ พระเยซูเจ้าจึงได้ตรัสกับพวกเขา
่
ว่า แท้จริงเรากล่าวแก่ท่านวา “คนเก็บภาษีและพวกโสเภณีจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ก่อนพวกท่าน”
พระองค์ไม่ได้ตรัสว่าพระองค์ตัดพวกเขาขาดจากอาณาจักรสวรรค์ แต่เป็นเพราะพวกเขาปิดประตูของ
พวกเขา อาณาจักรสวรรค์ยังเปิดต้อนรับพวกเขา ถ้าหากเขาจะสุภาพทำการใช้โทษบาป แต่ว่าส่วนใหญ่
ยังจะคงดื้อดึงในความจองหอง แม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงมีพระประสงค์จะตำหนิความหน้าซื่อใจคดของชาวฟา
็
ริสี และสภาพอันน่าสังเวชระหว่างพวกเขากับพระเปนเจ้า ถึงกระนั้นคำสอนของพระองค์ก็มีค่าสำหรับทุก
ยุคทุกสมัย การนมัสการพระเป็นเจ้าด้วยปากไม่มีคุณค่าอะไร การเป็นคริสตังแต่ชื่อไม่ใช่เป็นการทำงาน
้
จริงๆ ในสวนองุ่นของพระเป็นเจ้า พระเป็นเจาอาจจะเรียกเราไปรายงานเวลาใดก็ได้ และเราจะตอบพระ
ตุลาการที่เที่ยงธรรมได้อย่างไร เราอาจจะแก้ตัวข้างๆ คูๆ ที่ช่วยอะไรไม่ได้ เช่นเราต้องสาละวนเอาใจใส่
ต่อครอบครัว ต้องเอาใจใส่ต่อเรื่องปากเรื่องท้องจนกระทั่งไม่มีเวลาเอาใจใส่เรื่องวิญญาณ เราอยู่ในโลกที่
เต็มไปด้วยอบายมุขรอบด้าน เราจะเป็นคนดีได้อย่างไร เราไม่ต้องการเป็นคนแปลกกว่าคนอื่นๆ ฯลฯ
พระเป็นเจ้ายังทรงพระเมตตาต่อทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ พระองค์เชื้อเชิญทุกคนให้ไปทำงานในสวนองุ่น ถ้า
เราเคยปฏิเสธมาแล้ว เราก็ยังมีเวลาที่จะกลับตัว เรายังมีเวลาสร้างคุณงามความดีชดเชยความเหลวแหลก
ในชีวิตที่แล้วๆ มา โดยพยายามปฏิบัติศาสนกิจด้วยความศรัทธาตั้งแต่บัดนี้เปนต้นไป โปรดคิดถึงคนเก็บ
็
ภาษี และคนที่เคยดำรงชีวิตอย่างเหลวแหลกหลายคน เช่น มัทธิว มารีอา มักดาเลนา ออกัสติน ฯลฯ

