Page 159 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 159

151

              ประพฤติของเขา และต่างก็ช่วยกันผลาญเงินทองของเขา เขาเป็นเพื่อนกินมากกว่าเพื่อนตาย ที่สุดเขาก็
              ผลาญเงินของเขาหมด ซึ่งในสายตาของเขา เขาคิดว่าเป็นเงินจำนวนมาก  เกิดกันดารอาหารอย่างหนักทั่ว

              แถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน ที่สุดเขาก็หมดเนื้อหมดตัวและหมดเพื่อนฝูง ที่ครั้งหนึ่งมีจำนวนมากมายและ
              คอยประจบประแจงเขาในดินแดนต่างชาติ สถานการณ์เลวร้ายกว่าอีก เมื่อเกิดข้าวยากหมากแพงใน

              ประเทศนั้น ในภาวะปกติ คนต่างด้าวที่เป็นคนจนก็ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากอยู่แล้ว ในยามข้าว

              ยากหมากแพงเช่นนั้น แม้แต่คนมีเงินก็ยังดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ให้เราคิดถึงสภาพอันน่า
              สังเวชของเขาก็แล้วกันว่าจะตกอยู่ในขั้นไหน ซึ่งในอุปมาก็ได้บอกเรา   จึงไปรับจ้างอยู่กับชาวเมืองคนหนึ่ง
              ซึ่งใช้เขาไปเลี้ยงหมูในทุ่งนา คนยิวเท่านั้นที่จะเข้าใจถึงสภาพที่เลวร้ายขนาดนั้น หมูเป็นสัตว์ที่มีมลทินตาม

              กฎหมายยิว กฎหมายห้ามไม่ให้ชาวยิวคนใดทานเนื้อหมูหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมู ที่น่าสังเวชก็คือ ลูกคน

              มีเงินชาวยิวจะต้องมาเป็นคนรับจ้างเลี้ยงหมู   เขาอยากกินฝักถั่วที่หมูกิน ไม่ใช่แต่หน้าที่ของเขาต่ำช้า
              เท่านั้น ค่าแรงงานก็ต่ำมากด้วย เขาไม่มีอาหารจะกินถึงขนาดอิจฉาหมู เพราะว่าหมูกิน แต่สำหรับเขาไม่มี

                                                                              ู้
              ใครจะหยิบยื่นอาหารให้เขาในภาวะที่เขาต้องทนหิวใจจะขาด  เขาจึงรสำนึก ก่อนที่จะถึงเวลารุ่งเช้าก็ต้อง
              มืดก่อนเป็นของธรรมดา ที่สุด เขาก็หวนมาคิดถึงความโง่เง่าของเขาที่ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น เขา

              เริ่มสำนึกตัวในความผิดพลาดต่างๆ และหาหนทางแก้ไข  คนรับใช้หลายคน เขาคิดถึงบ้าน บิดามีคนใช้
              มากมายที่มีความสุขใช้ได้ ส่วนเขาที่เป็นลูกแท้ๆ กำลังจะขาดใจตายด้วยความอดอยากในต่างแดน ฉันจะ

              กลับไปหาพ่อ  แม้ว่าเขาจะมีความผิดพลาดในอดีต ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีน้ำใจเป็นลูกผู้ชาย ซึ่งตรงกันข้าม
              กับหลายๆ คนที่เมื่อผิดพลาดและผิดหวังในชีวิต ก็หาทางออกโดยการฆ่าตัวตายอย่างคนขี้ขลาด ลูกผู้ชาย

              ที่ล้างผลาญคนนี้ยอมรับผิด และพร้อมที่จะขออภัย และยอมรับโทษทุกประการที่เขาได้ทำผิดต่อบิดาและ
              ต่อพระเป็นเจ้า เพราะเขาทราบดีว่าเมื่อเขาทำผิดต่อบิดาผู้บังเกิดเกล้า เขาก็ย่อมทำผิดต่อพระเป็นเจ้าด้วย

              เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะได้รับเกียรติเป็นลูกเหมือนกับที่เขาเคยเป็น เขาพร้อมที่จะเป็นคนใช้ที่ต่ำต้อยที่สุดใน

              บรรดาคนใช้ของบิดาของเขา เพราะตำแหน่งนั้นก็ยังดีกว่าตำแหน่งที่เขาทำอยู่ในขณะนี้ เขาคิดว่าเขาคงมี
              อาหารอิ่มปากอิ่มท้อง และยังเป็นการถือโอกาสแสดงความกตัญญูต่อบิดาผู้บังเกิดเกล้าอีกด้วย เขาก็

              กลับไปหาบิดา เมื่อคิดแล้วเขาก็ลงมือปฏิบัติทันที เขาออกจากดินแดนคนต่างชาติ และมุ่งหน้ากลับบ้าน
              ขณะที่เขายังอยู่ไกล บิดามองเห็น นี่แหละเราเห็นความรักประสาพ่อต่อลูก บิดาผู้ใจดีลืมความผิดทั้งสิ้น

              ของลูกที่มีต่อตน แต่สำหรับลูก พ่อไม่สามารถจะลืมได้ลงคอ ทุกๆ วันเขาออกไปดูว่าลูกชายคนเล็กของเขา
              กลับมาแล้วหรือยัง ฉะนั้น เมื่อเขาเห็นลูกชายเขาก็รีบวิ่งออกไปสวดกอดลูกชายด้วยความปิติยินดี พ่อครับ

              ลูกทำบาปผิดต่อสวรรค์และต่อพ่อ บุตรชายมีความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ส่วนความปิติยินดีของพ่อนั้นมากมาย
              เหลือประมาณ เขาได้เรียกคนใช้ให้นำเสื้อผ้าดีๆ มาให้บุตรสวม บุตรซึ่งไม่สมควรจะได้รับเกียรติเช่นนั้นจาก

              บิดาของตน เขาได้สวมแหวนและรองเท้า และบิดาก็ได้จัดการให้ฆ่าลูกวัวที่อ้วนพีสำหรับเลี้ยงฉลองการ
              กลับมาของลูกชาย เขาตายไปแล้วกลับมีชีวิต เขาได้หายไป แต่ก็หาพบแล้ว  เข้าใจว่า ชาวฟาริสีเข้าใจ

              อุปมาของพระเยซูเจ้าอย่างดี คนเก็บภาษีและคนบาปได้เคยเป็นลูกช่างล้างผลาญ พวกเขาได้ละทิ้งบ้าน

              ของบิดาและได้ลดเกียรติของตัวเองลงโดยยอมเป็นทาสของราคะตัณหา แต่เมื่อเขาได้รับพระหรรษทาน
              จากพระเป็นเจ้า พวกเขาได้สำนึกผิด ได้เสียใจ และพระบิดาผู้ทรงพระเมตตาก็ได้ต้อนรับพวกเขาด้วยความ

              รัก โอกาสเช่นนี้น่าจะนำความชื่นชมมาสู่ลูกๆ ทุกคนของพระเป็นเจ้า แต่ตามความจริง ชาวฟาริสีไม่พอใจ
              เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงเล่าอุปมานี้ต่อไปอีก  ส่วนบุตรคนโตอยู่ในทุ่งนา ในขณะที่ลูกชายคนเล็ก

                                                             ื่
              ล้างผลาญทรัพย์สมบัติ ลูกคนโตก็ช่วยบิดาทำงานเพอหาเงิน ในขณะที่เขากลับจากงานในทุ่ง เขาได้ยิน
              เสียงดนตรีและการร้องรำทำเพลง แทนที่จะมีความยินดี เพราะบิดาคงมีอะไรที่น่ายินดีจึงจัดงานเช่นนั้น
   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164