Page 154 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 154

146

                                                                                      ็
              ตำแหน่งที่สูงสุดที่คนใช้อาจจะได้รับ แต่ถ้าผู้รับใช้คนนั้นคิดว่า นายจะมาช้า เปนไปได้ที่นายยังไม่กลับ
              เนื่องจากติดธุระ อย่างไรก็ตาม ผู้รับใช้อาจจะใช้อำนาจจนออกนอกลู่นอกทางเพื่อทำตามความพอใจของ

              ตัวเอง  ในประวัติศาสตร์  เราเห็นว่าอำนาจทำให้คนดีๆ กลายเป็นคนชั่ว อำนาจทำให้คนกลายเป็นทรราช
                                                                                  ั
              พระเยซูเจ้าทรงเตือนสานุศิษย์และเราทุกคน  เพราะอำนาจนี้เองที่ทำให้ผู้รบใช้ต้องประสบหายนะ และ
              เริ่มตบตีผู้รับใช้ทั้งชายและหญิง กินดื่มจนเมามาย  เพื่อที่จะแสดงอำนาจข่มเหงคนใช้หรือลูกน้องของเขา

              เขาใช้อำนาจจนนอกลู่นอกทาง นายของผู้รับใช้คนนั้นจะกลับมาในวันที่เขามิได้คาดหมาย  คนใช้หรือ
              ผู้จัดการที่มัวเมาอยู่ในอบายมุข ไม่รู้ตัวว่านายจะกลับมาเมื่อไร  ครั้นนายกลับมาโดยกะทันหัน  เขาก็ไม่
              พร้อม นายจะแยกเขาออกให้ไปอยู่กับพวกคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ผู้รับใช้ที่รับผิดชอบจะได้ตำแหน่งอันสูงส่ง

              เพราะนายมอบความไว้วางใจให้แก่เขา  ส่วนผู้รับใช้ที่ไม่รับผิดชอบจะต้องโทษมหันต์ ในอุปมาเรื่องนี้  พระ

              เยซูเจ้าทรงมีพระประสงค์จะสอนว่า  ผู้รับใช้ที่ไม่รับผิดชอบ  จะถูกขจัดออกจากอาณาจักรสวรรค์  เพราะ
              เขาไม่ได้ปฏิบัติตามที่เขาเชื่อ


                                         หญิงสาวสิบคน (มธ 25:1-13, ลก 12:35-38)
                                                                               ิ
                     1 เมื่อถึงวันนั้น แผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือน หญิงพรหมจารีสบคนถือตะเกียงของตน ออกไปรับ
                  ่
                                                            3
                      2
              เจ้าบาว  เป็นคนโง่ห้าคน เป็นหญิงมีปัญญาห้าคน  ฝ่ายคนโง่นั้นเอาตะเกียงของตนไป แต่หาได้เอาน้ำมัน
                                                                               5
                       4
                                                                                      ้
              ไปด้วยไม่  คนที่มีปัญญานั้นได้เอาน้ำมันใส่กาไปกับตะเกียงของตนด้วย  เมื่อเจาบ่าวยังช้าอยู่ ก็พากันง่วง
                                                                                                  7
              เหงาและหลับไป  ครั้นเวลาเที่ยงคืนก็มีเสียงร้องมาว่า เจาบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด  พวกหญิง
                                                                  ้
                              6
                                                           8
              พรหมจารีเหล่านั้นก็ลุกขึ้นตกแต่งตะเกียงของตน  พวกที่โง่นั้นก็พูดกับพวกที่มีปัญญาว่า ขอแบ่งน้ำมันของ
                                                           9
              ท่านให้เราบ้าง ตะเกียงของเราจวนจะดับอยู่แล้ว  พวกที่มีปัญญาจึงตอบว่า น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับ
                                                                10
              เราและเจ้า จงไปหาคนขาย ซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า  เมื่อกำลังไปซื้อนั้นเจ้าบ่าวก็มาถึง ผู้ที่พร้อมอยู่แล้ว
                                                                    11
              ก็ได้ไปกับท่านในการเลี้ยงเนื่องในงานสมรสแล้วประตูก็ปิด  ภายหลังหญิงพรหมจารีอีกห้าคน ก็มาร้องว่า
                                                    12
              ท่านเจ้าข้าๆ ขอเปิดให้ข้าพเจ้าเข้าไปด้วย  ฝ่ายท่านตอบว่า เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราไม่
              รู้จักท่าน  เหตุฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้กำหนดวันหรือโมงนั้น
                       13
                     เพื่อจะเน้นถึงความจำเป็นในการเตรียมตัวให้พร้อมและการตื่นเฝ้าอยู่เสมอ  พระเยซูเจ้าจึงได้ทรง
              เล่าอุปมาอีกเรื่องหนึ่ง  เพื่อจะได้สอนสานุศิษย์ที่จะรับบทบาทพิเศษในการอภิเษกสมรสระหว่างพระเยซู

              เจ้าและพระศาสนจักร  แม้เขาไม่ได้ทำผิดอะไรออกมาให้เห็น  แต่เพราะเขาเลินเล่อต่อหน้าที่ที่เขาควรจะ

              ทำ  เขาก็เป็นผู้ไม่เหมาะสมจะเข้าในงานวิวาหมงคลในสวรรค์ การเปรียบเทียบการมงคลสมรสกับ
                                                        ์
                                                             ั
              ความสัมพันธ์ระหว่างพระคริสตเจ้าและพระศาสนจกร  เป็นเรื่องที่ผู้ฟังทุกคนเข้าใจดีไม่ยากอะไร ในพันธ
              สัญญาเดิมผู้เขียนพระคัมภีร์มักจะเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างพระเป็นเจ้าและประชากรชาวยิวกับ

              การมงคลสมรส  พระเป็นเจ้าทรงเป็นเจ้าบ่าวและอิสราเอลเป็นเจ้าสาว (เทียบ  เพลงซาโลมอน  อิสยาห์

              54, 2 โครินทร์ 11:2, เอเฟซัส 5:25-32) อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับหญิงสาวสิบคน ในการเสด็จมาครั้ง
              ที่สองของพระเยซูเจ้านั้นจะเป็นการเริ่มอาณาจักรสวรรค์อย่างสมบูรณ์  และอาณาจักรสวรรค์บนโลกนี้

              หรือ  พระศาสนจักรแห่งการต่อสู้ในโลกชั่วคราวนี้จนถึงที่สิ้นสุดลง พระองค์ต้องการจะอธิบายว่าจะมีอะไร
              เกิดขึ้นกับผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกและได้ทรงประทานทุกวิถีทางเพื่อให้เขาเอาตัวรอดอย่างง่ายได้ หญิงสาว

              สิบคน ในสมัยพระเยซูเจ้า เจ้าสาวยิวจะเลือกเพื่อนหญิงสาวไว้เป็นเพื่อนเจ้าสาว  เพื่อจะได้ช่วยเหลือเขาใน
              การเตรียมตัวและจัดทำสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อเตรียมงานสมรส  โดยปกติเขาจัดงานพิธีสมรสที่บ้านเจ้าบ่าว

                  ่
                                                             ้
              เจ้าบาวก็จะมีเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย  เขาจะแห่ไปบ้านเจาสาวราว ๆ พระอาทิตย์ตก  เมื่อรับเจาสาวจากบิดา
                                                                                                ้
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159