Page 156 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 156
148
้
เป็นเจาได้ทรงแสดงน้ำพระทัยเมตตาต่อประชากรชาวยิวที่หัวดื้อหัวรั้นต่อพระองค์ พันธสัญญาใหม่ก็เปิด
ฉากด้วยน้ำพระทัยดีของพระเจ้าเช่นกัน กล่าวคือ การบังเกิดของพระเยซูเจ้า เพื่อจะได้ช่วยมนุษยชาติให้
รอด ในทุกหน้าของพันธสัญญาใหม่ เราจะเห็นน้ำพระทัยดีของพระเยซูเจ้า ที่แสดงออกด้วยกิจการต่างๆ
ของพระองค์ เช่น การรักษาคนป่วย และจากคำสั่งของพระองค์ ระหว่างที่พระองค์ทรงประทับอย ู่
ท่ามกลางพวกเรา อุปมาต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นแต่เพียงข้อพิสูจน์ที่ไม่มีใครโต้เถียงได้ถึงพระทัยเมตตาของพระ
้
เป็นเจาเท่านั้น แต่ยังเป็นและจะเป็นท่อธารแห่งพลังและความไว้วางใจสำหรับคนบาปทุกคนที่กำลังต่อสู้
้
กับบาป และต้องการคืนดีกับพระเป็นเจา เรื่องแกะที่พลัดหลงและเรื่องเงินเหรียญที่หายไป เรื่องลูกล้าง
ผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว เรื่องลูกหนี้สองคน อุปมาทั้งสามเรื่องนี้เป็นคำตอบของพระเยซูเจ้าต่อ
ชาวฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ที่เคยคัดค้านพระองค์เสมอ เพราะพระองค์ก็ติดต่อและคลุกคลีกับพวกคน
เก็บภาษีและคนบาป เพราะในสายตาของพวกเขา คนทั้งสองจำพวกนี้เป็นเสนียดจัญไรของสังคม คนเก็บ
ภาษีนั้นเป็นชาวยิวที่ได้รับแต่งตั้งจากพวกโรมันให้เก็บภาษีจากเพื่อนร่วมชาติ และในการทำหน้าที่นี้
หลายๆ ครั้ง พวกเขากระทำผิดต่อความยุติธรรม เช่น ขูดเลือดขูดเนื้อประชาชนที่ไม่รู้ประสีประสา และที่
ร้ายกาจก็คือ พวกเขาได้ช่วยเหลือและให้ความร่วมมือกับชาวโรมัน ซึ่งเป็นศัตรูของพวกเขา ส่วนพวกคน
บาปนั้นเป็นชาวยิวที่ไม่ค่อยจะปฏิบัติตามกฎบัญญัติที่สำคัญๆ ของโมเสส และบางคนยังไม่รับรู้และ
ประมาทกฎหรือข้อบังคับเล็กๆ น้อยๆ จำนวนมากมายที่ชาวฟาริสีคิดประดิษฐ์ขึ้นมา และที่ชาวฟาริสีเคย
ปฏิบัติอยู่เสมอ เพราะพวกเขารักและเคารพต่อกฎหมายมาก พวกคนเก็บภาษีและคนบาปติดใจพระเยซู
เจ้า เพราะพระองค์ทรงพระทัยเมตตากรุณา พวกเขายอมรับว่าพวกเขาผิด และพวกเขาก็ต้องการแสวงหา
บุคคลที่จะช่วยพวกเขาใหพ้นจากการชั่วช้าต่าง ๆ นั้น เนื่องจากชาวฟาริสีและธรรมาจารย์มีอคติต่อคนเก็บ
้
้
ภาษีและคนบาป เพราะเขาคิดเสมอว่าพระเป็นเจาทรงไม่สนพระทัยต่อเดนมนุษย์แบบนั้น เขาจึงมีความ
คิดเห็นขัดแย้งกับพระกรณียกิจของพระเยซูเจ้า พวกเขาคิดว่าสมัยพระเมสสิยาห์นั้นเป็นสมัยสำหรับคน
ชอบธรรมเท่านั้น พระเยซูเจ้าจะเป็นพระเมสสิยาห์ได้อย่างไร ถ้าหากพระองค์คบค้าสมาคมกับคนบาปและ
คนเก็บภาษี ชาวฟาริสีรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นพระเยซูเจ้าปล่อยให้หญิงคนบาปชโลมเท้าของพระองค์ด้วย
น้ำหอม (ลก 7:36-50) และอีกครั้งหนึ่งเมื่อพระองค์ทานอาหารในบ้านของมัทธิวคนเก็บภาษี (มธ 9:9-13)
์
ทั้งสองโอกาสพระเยซูเจ้าได้ตอบพวกที่วิพากวิจารณว่า ภารกิจของพระองค์ก็เพื่อมาเชิญชวนให้คนบาป
กลับใจ ไม่ใช่ผู้ใคร่ธรรม เพราะว่าคนที่มีสุขภาพดี ไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บป่วยต่างหากต้องการ (มก
2:17) ในอุปมาต่อไปนี้พระองค์ก็ได้ตอบพวกเขาอย่างเดียวกันว่าพระองค์เสด็จมาเพื่อเมตตาจิต เราจะ
ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแกะพลัดหลงและเงินเหรียญที่หายไปพร้อมๆ กัน เพราะทั้งสองเรื่องสอนคล้าย ๆ กัน
แกะที่พลัดหลงและเงินเหรียญที่หายไป (ลก 15:3-10 เทียบ มธ 18:12-14)
3 พระองค์จึงตรัสคำเปรียบให้เขาฟังดังต่อไปนี้ว่า ในพวกท่านมีคนใดที่มีแกะร้อยตัว และตัวหนึ่ง
4
หายไป จะไม่ละเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า และไปเที่ยวหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะได้พบหรือ 5
6
เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ เมื่อมาถึงบ้านแล้ว จึงเชิญพวกมิตรสหายและ
เพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้าที่
หายไปนั้นแล้ว เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่
7
8
กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่ หญิงคนใดที่มีเหรียญเงิน
9
สิบเหรียญ และเหรียญหนึ่งหายไป จะไม่จุดตะเกียงกวาดเรือนค้นหาให้ละเอียดจนกว่าจะพบหรือ เมื่อพบ
แล้วจึงเชิญเหล่ามิตรสหาย และเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะ

