Page 33 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 33
25
โคนันทวิศาล
พราหมณ์คนหนึ่งมีโคชื่อนันทวิศาล เป็นโคหนุ่มที่แข็งแรง มีกำลังมาก สามารถลากเกวียนได้เป็น
ร้อยเล่ม อยู่มาวันหนึ่งเศรษฐีในหมู่บ้าน ประกาศท้าพนันลากเกวียนจำนวนหนึ่งร้อยเล่มเกวียนด้วยเงินห้า
ร้อยชั่ง พราหมณ์จงนำโคนันวิศาลไปพนันลากเกวียนด้วย เมื่อพราหมณ์นำโคนันทวิศาลมาเทียมเกวียน
ึ
เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงพูดกับโคนันทวิศาลด้วยเสียงอันดังว่า “นี่เจ้าโคขี้เกียจ เจ้าจงลากเกวียนทั้งหมดไป
ให้ได้นะ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะเจ็บตัว” โคนันทวิศาลได้ยินพราหมณ์พูดเช่นนั้น จึงยืนนิ่งไม่ยอมลากเกวียนไป
แม้ว่าพราหมณ์จะเฆียนตีอย่างไร ในที่สุดพราหมณ์ก็แพ้พนันต้องจ่ายเงินใหเศรษฐี ทำให้พราหมณ์เสียใจ
้
มาก ไม่ยอมกินไม่ยอมนอน ไม่เป็นอันทำอะไรทั้งสิ้นเสียดายเงินที่เสียไป โคนันทวิศาลเห็นดังนั้นจึงเกิด
็
ความสงสารพราหมณ์ผู้เปนเจ้าของมาก จึงพูดกับพราหมณ์วาให้ไปท้าพนันลากเกวียนกับเศรษฐีใหม่ด้วย
่
เงินหนึ่งพันชั่งแล้วให้พราหมณ์พูดกับตนด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ พราหมณ์ได้ยินดีใจมาก รีบไปท้าพนันลาก
เกวียนกับเศรษฐีใหม่ พราหมณ์นำโคนันทวิศาลมาเทียมเกวียนหนึ่งร้อยเลม เมื่อพราหมณเทียมเกวียนเสร็จ
่
์
แล้ว จึงพูดกับโคนันทวิศาลด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวานว่า “พ่อมหาจำเรญ พ่อจงลากเกวียนทั้งหนึ่ง
ิ
ร้อยเล่มเกวียนนี้ไปให้ข้าหน่อยนะพ่อนะ” โคนันทวิศาลได้ยินพราหมณ์พูดไพเราะเช่นนั้นก็ลากเกวยนไปถึง
ี
ที่หมายได้สำเร็จ พราหมณ์ดีใจมากได้เงินพนันหนึ่งพันชั่ง ตั้งแต่นั้นมาพราหมณ์ก็พูดจาไพเราะกับโคนันทวิ
ศาลและคนอื่น ๆ
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: - การพูดจาไพเราะอ่อนหวาน ย่อมเป็นที่รักของคนทั่วไป
ตาอินกับตานา
ตาอินกับตานา บ้านแกอยู่ริมทะเล แกเป็นเพื่อนกัน แกเคยไปหาปลาตามชายทะเลด้วยกันเสมอ แต่หา
ปลาได้น้อยไม่พอกิน ถ้าวันไหนใครหาได้มาก คนนั้นก็ได้กินอิ่ม ถ้าได้น้อยก็กินไม่อิ่ม อยู่มาวันหนึ่งเมื่อถึง
ิ
เวลาจะไปหาปลา ตานาจึงพูดกับตาอินว่า “เพื่อนเอยเพื่อน ธรรมเนียมที่เคยนั้นเราเลกเสยเถิด เรามา
๋
ี
สัญญากันเสียใหม่จะดีกว่า คือถึงเวลาจะไปหาปลาเมื่อไรก็ให้กะแยกทางกันเสีย ว่าใครชอบจะไปทางเหนือ
ทางใต้ หรือทางน้ำลึกน้ำตื้นอย่างไรก็ตามใจ แล้วแต่จะตกลงกันเมื่อเวลาที่จะไป ถ้าได้ปลามาแล้วก็มา
แบ่งปันกัน” ตาอินก็เห็นชอบด้วยจึงว่า “ดีแล้วที่แกว่านี้เป็นอย่างชอบใจเราที่สุด” เมื่อตาอินกับตานาพูด
กันตกลงแล้ว ตาอินชอบไปหาทางน้ำตื้นแกก็ไปหาตามชายหาดทรายแลในคลอง ตานาแกก็ไปเที่ยวหาที่
ทะเลน้ำลึก ๆ หาไป ๆ แกก็เอาสวิงช้อนได้ปลาฉลามใหญ่ตัวหนึ่งแล้วแกก็พามาบ้าน ฝ่ายตาอินไปหาวันยัง
ค่ำไม่ได้ปลาเลยสักตัวเดียว พอเวลาเย็นก็กลับมาบ้าน ตานานั่งคอยอยู่พอเห็นตาอินกลับมามือเปล่า จึง
่
่
แกล้งถามวา “เพื่อนได้ปลากี่ตัว?” ตาอินจึงวา “เราไปวันนี้ไม่ได้ปลาเลย” ตานาหัวเราะแล้วจึงว่า “แกเต็ม
ทีนัก ไปทั้งวันจะเอาปลาสักตัวเดียวก็ไม่ได้ เราไปครู่เดียวได้ปลาฉลามมาตัวหนึ่งใหญ่สะนัด ปลาตัวนี้เรา
จะให้แกครึ่งหนึ่ง แต่เราจะเอาข้างหัว แกต้องเอาข้างหาง พอตานาว่าเท่านั้น ตาอินก็โกรธจึงว่า “เราจะ
เอาข้างหัว แกจะเอาข้างหางบ้างเป็นไร?” ตานาจึงว่า “เราเป็นผู้หามาได้ เราจึงจะเอาข้างหัว แกหาไม่ได้
เราจะให้ข้างหาง ว่าอย่างนี้จะถูกหรือผิด?” ตาอินจึงวา “แกว่าอย่างนั้นก็จริงอยู่ แต่เดีมทำไมแกจึงไม่พูด
่
อย่างนี้ เป็นแต่สัญญากันว่าหามาได้แล้วก็กินด้วยกันเท่านั้น ทีเมื่อได้ปลามาแล้วจะมาว่าคนนั้นได้ข้างหัว
คนนี้ได้ข้างหาง อย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ยอม” ตานากับตาอินโต้เถียงกันไปมาก็ไม่ตกลงกัน ฝ่ายตาอยู่แขนคอก
ไปซื้อกระดาษมาจะปิดว่าวขาย แกเดินมาทางนั้น. ตานากับตาอินกำลังเถียงกันวุ่นวาย พอเห็นตาอยู่ถือ
็
ิ
กระดาษเดินมา นึกว่าเปนตุลาการก็ดีใจ เชญตาอยู่ขึ้นมาบนเรือนแล้ว ก็บอกเรื่องที่โต้เถียงกันนั้นให้ตาอย ู่
ช่วยตัดสิน ตาอยู่ก็ทำอุบายว่า “อืออือ! เหนื่อยจริงๆ เขาเชิญเราไปชำระความพึ่งกลับมาเดี๋ยวนี้ ดูดู๋

