Page 34 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 34
26
่
กระดาษเขียนเรื่องราวเป็นหอบสองหอบชำระเสียออกแย่แล้ว เราวาจะกลับไปบ้านอาบน้ำเสียให้สบายสัก
หน่อย ความเล็กน้อยเท่านี้ก็ต้องมากวนเราด้วย” ตานากับตาอินก็อ้อนวอนไปอ้อนวอนมา ตาอยู่ทำทีเป็น
เสียไม่ได้จึงว่า “ถ้าจะให้เราชำระจริงๆ แล้ว ต้องเชื่อฟังคำเราทุกอย่างจึงจะชำระให้ได้” ตานากับตาอินดี
ื่
ใจก็รับว่าจะเชอฟังคำทุกอย่าง ตาอยู่เห็นสมคะเนก็เอามีดตัดปลานั้นออก 3 ท่อน, แล้วแกจึงบอกว่า ปลา
3 ท่อนนี้; ให้ตานาได้ข้างหัว เพราะเขาเป็นผู้หามาได้. ส่วนตาอินนั้นให้แกได้ข้างหาง, เราเป็นผู้ตัดสินได้
ข้างกลาง” พอตาอยู่ว่าอย่างนั้น ตานากับตาอินจะไม่ยอมก็ไม่ได้ เพราะได้พูดไว้เสียแล้วว่าจะเชื่อฟังคำของ
ตาอยู่ทุกอย่าง ก็จะเป็นต้องให้ตาอยู่ได้ข้างกลาง แล้วจึงคิดเห็นวา “เราไม่พอที่เลย เมื่อก่อนจะแบ่งปันให้
่
กันกินเสียแต่ดี ๆ ก็จะแล้วกัน นี่ตาอยู่มาเอาไปกินเสียเปล่าๆ แล้วเอาที่ตรงพุงมันไปกินด้วย ไม่เป็นเรื่อง
การอะไรเราตกลงกันเสียแต่ลำพัง คงดีกว่าหาผู้มาตัดสินเป็นแน่” ตั้งแต่นั้นมาตานากับตาอินไปหาปลามา
ได้ก็แบ่งสู่กันกินเป็นปรกติ ไม่โต้เถียงกันอย่างแต่ก่อนอีกเลย.
ท้องกับอวัยวะอื่น ๆ
วันหนึ่งบรรดาอวัยวะต่างๆของร่างกายอันได้แก่ มือ ขา ปาก และฟันเป็นต้น เห็นว่าพวกตนทำงาน
กันด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ท้องนั้นอยู่เฉยๆ ก็ได้รับอาหารโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเป็นการเอาเปรียบ
ผู้อื่น อวัยวะทั้งหลายจึงพากันประท้วง โดยขาไม่ยอมเดินไปหาอาหาร มือไม่ยอมหยิบอาหาร ปากไม่ยอม
อ้าและฟันไม่ยอมเคี้ยวอาหารด้วยเหตุนี้ในเวลาไม่นานมัก ท้องจึงรู้สึกหิวโหย แต่เมื่อไม่มีอาหารจึงไม่อาจ
ย่อยและส่งไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆได้ มือ ขา ปากและฟัน ต่างก็รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง และเริ่มเข้าใจว่า
แท้ที่จริงท้องนั้นก็ทำหน้าที่ของตนเช่นกัน ไม่ได้อยู่เฉยๆ อย่างที่พวกตนคิดแต่แรก หลังจากที่อวัยวะทุก
่
ส่วนของร่างกายร่วมแรงรวมใจกันทำงานอีกครั้งร่างกายก็กลับแข็งแรงสมบูรณ์เหมือน
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: : ทุกคนต้องทำงานไปตามหน้าที่ของตนเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม ซึ่งต่างก็มี
บทบาทและความสำคัญเช่นเดียวกัน
มดกับตั๊กแตน
มดเป็นเพื่อนกับตั๊กแตน พวกเขาพบกันแล้วร้องรำทำเพลงกันทุกวัน วันหนึ่งในฤดูร้อน มดพูดกับ
่
ตั๊กแตนว่า “ฤดูฝนจะมาถึงแล้ว เรามาตระเตรียมที่อยู่และอาหารกันเถอะ” ตั๊กแตนตอบวา “เรายังมีเวลา
อีกเยอะ เราร้องเพลงและเต้นรำกันเถอะ” แต่มดบอกว่า “เราไม่มีเวลาทำอย่างนั้นหรอก” ระหว่างฤดูร้อน
มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เช้าวันหนึ่งฤดูฝนก็เริ่มขึ้น
ฝนตกหนักแทบทุกวัน เจ้าตั๊กแตนไม่มีที่อยู่และอาหารกิน มันตัดสินใจไปหามด ขออาหารจากมด แต่มด
บอกเสียใจ ฉันไม่มีอะไรให้คนเกียจคร้าน เจ้าตั๊กแตนจึงเดินกลับด้วยความเศร้า
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: : จงเตรียมพร้อมและตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท สำหรับเหตุการณในอนาคต
์
กระต่ายกับเต่า
ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีกระต่ายตัวหนึ่งมั่นใจในความเร็วของฝีเท้าตัวเองมาก และมักพูดโม้โอ้อวดว่า
ไม่มีใครเทียบเทียมได้ จนวันหนึ่ง เจ้ากระต่ายได้พบกับเต่าที่กำลังเดินต้วมเตี้ยมผ่านมา เมื่อเห็นดังนั้น เจ้า
้
่
กระต่ายก็หัวเราะเยาะและพูดล้อเลียนวา “นี่เจาเต่า มัวแต่เดินอืดอาดอย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะถึงบ้านกันล่ะ
้
เนี่ย ต่อให้เจ้าเดินนำหน้าไปก่อนครึ่งวัน ข้ายังตามเจ้าทันเลย” เจาเต่าได้ยินดังนั้นก็เกิดอาการไม่พอใจ เลย
พูดตอบกลับไปว่า “ถึงข้าจะเดินช้า แต่ข้าก็กลับถึงบ้านทุกวัน ถ้าอย่างงั้นเรามาลองวิ่งแข่งกันมั้ยล่ะ แล้ว
่
ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ดู” กระต่ายเห็นว่าเจ้าเต่าท้าแข่งอย่างนั้นก็ตอบตกลง พร้อมกับพูดไปอย่างขำ ๆ วา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โถ... เจ้าเต่า เชื่องช้าอย่างเจ้าน่ะเหรอ จะมาชนะกระต่ายที่รวดเร็วอย่างข้าได้ ไม่มีทางหรอก”

