Page 36 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 36

28

              ได้ไปทำพลีกรรมต้นไม้มงคล และกำหนดตัดในวันพรุ่งนี้ ฝ่ายเทวราช พอทราบว่าต้นไม้ที่อยู่อาศัยจะถูกตัด
              ไม่เห็นที่จะไป จึงกอดคอลูกน้อยร้องไห้อยู่ หมู่รุกขเทวดาทราบเรื่องแล้ว ก็ไม่มีใครจะช่วยแก้ปัญหาได้

                                                                       ่
                                                              ู้
              เทวดาพระโพธิสัตว์ทราบเรื่อง จึงพูดปลอบเทวราชผสหายนั้นวา “พรุ่งนี้เราจะไม่ให้ตัดต้นไม้นั้น พวกเรา
              คอยดูเราเถิด” ครั้นรุ่งขึ้น พอพวกช่างไม้มาถึง ท่านก็แปลงตัวเป็นกิ้งก่าวิ่งนำหน้าพวกช่างไม้ไป มุดเข้าที่
                                                                                       ็
              โคนต้นไม้มงคลไปโผล่ออกทางยอดไม้นอนผงกหัวอยู่ ทำประหนึ่งว่าต้นไม้นั้นเปนโพรง นายช่างไม้เห็น
              เช่นนั้นแล้ว ก็เอามือตบต้นไม้นั้นแล้วตำหนิว่า “ต้นไม้นี้ มีโพรง ไร้แก่น เมื่อวานไม่ทันได้ตรวจดูถ้วนถี่ หลง
              ทำพลีกรรมกันเสียแล้ว” ก็พากันหนีกลับไป เทวราชพอเห็นวิมานของตนไม่ถูกทำลาย ก็ยกย่องพระ
              โพธิสัตว์ ท่ามกลางหมู่รุกขเทวดา ด้วยคาถาว่า “บุคคลผู้เสมอกัน ประเสริฐกวากันหรือเลวกว่ากัน ก็ควร
                                                                                     ่
              คบกันไว้ เพราะมิตรเหล่านั้น เมื่อความเสื่อมเกิดขึ้น ก็พึงทำประโยชน์อันอุดมให้ได้ เหมือนเราผู้เป็นเทวดา

              สถิตอยู่ที่ต้นรุจา กับเทวดาผู้สถิตที่กอหญ้าคาคบกัน”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ผู้คนควรมีมิตรทุกชั้นวรรณะ เมื่อคราวลำบากจะมีผู้ช่วยเหลือ


                                             ผลของคนอกตัญญู (อกตัญญูชาดก)
                                                                                                              ่
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภอนาถบิณฑิกเศรษฐี เรื่องมีอยู่วา
              ... มีเศรษฐีชาวบ้านนอกคนหนึ่ง เป็นสหายผู้ไม่เคยเห็นกันของอนาถบิณฑิกเศรษฐี วันหนึ่ง ได้บรรทุก

              สิ่งของมาขายเมืองสาวัตถี ด้วยขบวนเกวียนสินค้า 500 เล่ม มอบให้คนงานนำมาขาย พร้อมฝากคำมาหา
              อนาถบิณฑิกเศรษฐีด้วย ฝ่ายท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ทำการต้อนรับด้วยความยินดี สั่งให้หาที่พักและ

                                                             ี
                             ่
              เสบียงแก่คนเหลานั้น ไต่ถามถึงความสุขของเศรษฐผู้สหาย รับซื้อแลกเปลี่ยนสินค้าทั้งหมดแล้วส่งกลับบ้าน
              พวกคนงานแจ้งเนื้อความนั้นแก่เศรษฐีเจ้านายของตน ต่อมาอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ส่งเกวียนบรรทุกสินค้า
              จำนวน 500 เล่ม พร้อมนำเครื่องบรรณาการไปเยี่ยมเยือนเศรษฐีผู้สหายนั้น ฝ่ายเศรษฐีนั้นรับเครื่อง
              บรรณาการแล้ว บอกว่าไม่รู้จักอนาถบิณฑิกเศรษฐีไม่จัดที่พักและเสบียงให้คนงานเหล่านั้นเลย ไม่รับซื้อ

              สินค้าอีกด้วย คนเหล่านั้นต้องขายสินค้ากันเองแล้วกลับคืนเมืองสาวัตถี เล่าเรื่องนั้นแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี
              ฟัง อยู่ต่อมา เศรษฐีนั้น ได้บรรทุกสินค้ามาขายที่เมืองสาวัตถีซ้ำอีก นำบรรณาการมอบให้อนาถบิณฑิก

              เศรษฐีแล้ว พวกคนงานของอนาถบิณฑิกเศรษฐีเห็นพวกนั้นแล้ว ขออาสาต้อนรับเอง ให้ปลดเกวียนไว้นอก
              เมือง พอถึงเวลากลางคืนได้นำพวกเข้าปล้นสินค้าแย่งเอาแม้กระทั่งผ้านุ่ง พวกบ้านนอกไม่เหลือแม้กระทั่ง

              ผ้านุ่งต่างกลัวตาย พากันหนีไปสู่บ้านของตน ฝ่ายคนของอนาถบิณฑิกเศรษฐีพากันบอกเรื่องนั้นแก่เศรษฐี

                                                                                   ่
              ท่านเศรษฐีจึงนำความนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสพระคาถาวา “ผู้ใด ไม่รู้จักคุณความดีและ
              ประโยชน์ให้ที่ผู้อื่นกระทำไว้ก่อน ผู้นั้น เมื่อมีกิจการเกิดขึ้นภายหลัง ย่อมไม่ได้ผู้ช่วยเหลือ”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  บุญคุณคนต้องทดแทน ๛


                                               ปลุกมันขึ้นมาฆ่า (สัญชีวชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ ปรารภการยกย่องอสัตบุรุษของพระเจ้า
              อชาตศัตรู ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า... ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอาจารย์ทิศา

              ปาโมกข์ มีลูกศิษย์ประมาณ 500 คน ในนั้นมีมานพคนหนึ่งชื่อ สัญชีวะ ได้เรียนมนต์ทำคนตายให้ฟื้นคืนมา
                                      ั
              ได้แต่ไม่ได้เรียนมนต์สำหรบป้องกัน วันหนึ่ง เขาเข้าไปหาฟืนกับเพื่อน เห็นเสือตายตัวหนึ่งนอนตายอยู่ ก็
                             ่
              พูดกับเพื่อน ๆ วา “เราจะทำเสือตายตัวนี้ ให้ฟื้นคืนมา พวกท่านจะเชื่อเราหรือไม่” พวกเพื่อนๆไม่เชื่อ
                      ่
              และท้าวา “ถ้าท่านมีความสามารถ ก็จงปลุกให้มันตื่นขึ้นมาเถิด” แล้วก็ต่างรีบปีนขึ้นต้นไม้ไป ส่วนนายสัญ
              ชีวะ ร่ายมนต์แล้วขว้างเสอตายด้วยก้อนหิน ทันใดนั้นเอง เสือได้ลุกขึ้น กระโดดกัดที่ก้านคอของเขา ทำให้
                                     ื
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41