Page 35 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 35

27

                                                                            ็
              เมื่อถึงวันแข่งขัน เจ้ากระต่ายได้วิ่งออกจากจุดเริ่มต้นไปด้วยความเรวเต็มฝีเท้า แซงหน้าเจ้าเต่าไปไกล และ
                                                                                ่
              เมื่อหันหลังกลับไปดูก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าเต่า เลยคิดว่าคงอีกนานกวาเจ้าเต่าจะเดินมาถึง จึงนึกในใจ
              ว่า “งั้นข้าของีบเอาแรงสักหน่อยดีกว่า ยังไงก็ชนะอยู่แล้ว” แล้วไม่นานเจ้ากระต่ายก็เผลอหลับไป ส่วนเจา
                                                                                                              ้
              เต่าก็ยังคงเดินต้วมเตี้ยม ๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยย่อท้อ เดินมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะถึงเส้นชัย ด้านกระต่าย

              ที่นอนอยู่แถวนั้นก็สะดุ้งตื่นขึ้น เห็นรอยเท้าเต่าที่พื้นก็รีบวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเมื่อเจ้า

              กระต่ายวิ่งมาถึงเส้นชัยก็พบว่าเจ้าเต่าที่ตัวเองเคยสบประมาทไว้นั้นได้เดินเข้าเส้นชัย เป็นผู้ชนะในการ
              แข่งขันครั้งนี้ เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้ากระต่ายรู้สึกเสียใจมากที่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเจ้าเต่า เพียงเพราะความ
              ประมาทของตัวเองนั่นเอง...


                                                        กระต่ายตื่นตูม

                     กาลครั้งหนึ่ง กระต่ายตัวหนึ่งนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ขณะที่นอนหลับอยู่นั้น เกิดพายุใหญ่ ทำให้ลูก
              ตาลหล่นลงที่พื้นดิน เกือบถูกกระต่าย กระต่ายตกใจตื่นขึ้น คิดว่าฟ้าถล่ม ไม่ทันได้ไตร่ตรอง ลุกขึ้นได้ก็วิ่ง

                                                                                                             ่
                                                                                      ั
              ไปอย่างสุดกำลัง เพราะกลัวความตาย สัตว์อื่น ๆ เหนกระต่ายวิ่งมาจนเต็มกำลงดังนั้น จึงถามกระต่ายวา
                                                              ็
              “นี่ท่านวิ่งหนีอะไรมา “กระต่ายวิ่งพลางบอกพลางว่า “ฟ้าถล่ม” สัตว์เหล่านั้นได้ฟังกระต่ายบอก ไม่ทันคิด
              สำคัญว่าฟ้าถล่มจริง ก็พากันวิ่งตามกระต่ายไป หกล้ม ขาหัก แข้งหัก โดนต้นไม้ ตกเหวตายบ้างก็มี ส่วนที่

              ยังเหลือก็พากันวิ่งหนีต่อไปอีก จนกระทั่ง มาพบพญาราชสีห์ตัวหนึ่ง เป็นสัตว์มีปัญญา เห็นสัตว์ทั้งหลาย
                                                   ่
              พากันวิ่งมาไม่หยุดไม่หย่อน จึงร้องถามวา…” พวกท่านวิ่งหนีอะไรมา “กระต่ายจึงเล่าเรื่องให้ราชสีห์ฟัง
              ราชสีห์ก็เข้าใจทันที จึงถามต่อไปวา “ฟ้าถล่มที่ตรงไหน จงพาเราไปดูสักที” พอไปถึงใต้ต้นตาลที่กระต่าย
                                             ่
              นอน พญาราชสีห์พิเคราะห์ดู เห็นลูกตาลตกอยู่ที่โคนต้น ก็เข้าใจวาที่แท้เป็นลูกมะตูมตกลงบนใบตาล
                                                                          ่
              แห้ง…จึงเกิดเสียงดัง จนเจ้ากระต่ายคิดว่าแผ่นดินถล่ม สัตว์ทั้งหลายเกือบต้องเสียชีวิต เพราะเชื่อตามเสียง
              ผู้อื่นโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว…จึงประกาศให้สัตว์ทั้งหลายทราบตามความเป็น

              จริง…ด้วยความสุขุมรอบคอบรู้จักใช้สติปัญญาไตร่ตรอง…พญาราชสีห์จึงสามารถรักษาชีวิตสัตว์ทั้งหลายไว้
              ได้ และนำความสงบสุขมาสู่ป่าใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:
                     1). ควรมีสติอย่าผลีผลามด่วนตัดสินใจ…เพราะอาจเกิดผลเสียได้

                                             ื่
                     2). อย่าตื่นตกใจโวยวายเชอข่าวลือจากผู้อื่น…โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน
                     3). ผู้ที่รู้จักใช้สติปัญญาคิดพิจารณาอย่างรอบคอบจะสามารถค้นพบ…สาเหตุของปัญหาได้

                                           ประโยชน์ของการคบมิตร (กุสนาฬิชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภมิตรของท่านอนาถบิณฑิก
              เศรษฐี จึงตรัสว่า “ธรรมดามิตร จะเป็นคนเล็กน้อยไม่มี ผู้สามารถรักษามิตรไว้ได้เป็นสิ่งประเสริฐ มิตรผู้

              เสมอกัน ต่ำกวากัน หรือสงกว่ากันควรคบไว้ เพราะมิตรเหล่านั้น ย่อมช่วยแบ่งเบาภาระของเราได้ทั้งนั้น”
                           ่
                                      ู
              แล้วนำอดีตนิทานมาสาธกว่า...
                     กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเทวดาอยู่ที่กอหญ้าคาในพระราชอุทยาน เป็นมิตร
              กับเทวราชผู้ศักดิ์ใหญ่ตนหนึ่ง ผู้อาศัยที่ต้นไม้มงคลของพระราชาอยู่ในพระราชอุทยานนั้นด้วย ครั้งนั้น

              พระราชาประทับอยู่ในปราสาทเสาเดียว เสาของปราสาทนั้นสั่นไหวขึ้น พระองค์จึงรับสั่งให้พวกช่างไม้หา

              ไม้แก่น มาเปลี่ยนเสาปราสาทใหม่ พวกช่างไม้เสาะแสวงหาไม้แก่นในพระราชอุทยาน ตกลงกันจะเอา
              ต้นไม้มงคลนั้นทำเป็นเสาปราสาท จึงกราบทูลพระราชา พระองค์จึงอนุญาตให้ตัดได้ วันนั้น พวกนายช่าง
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40