Page 90 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 90
82
พญาแร้ง (คิชฌชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีทรงปรารภภิกษุผู้เลี้ยงมารดารูปหนึ่ง ได้ตรัส
ว่า “สาธุ สาธุ โบราณบณฑิตได้ทำอุปการะแก่ผู้มิใช่ญาติ เพื่อตอบแทนบุญคุณส่วนมารดาบิดาถือเป็น
ั
ภาระของภิกษุโดยแท้” แล้วทรงนำอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิด
เป็นพยาแร้งเลี้ยงดูบิดามารดาอยู่ที่คิชฌบรรพต ต่อมาวันหนึ่งเกิดพายุฝนหาใหญ่พัดกระหน่ำ ฝูงแร้งไม่
่
สามารถทนพายุฝนได้ พากันบินหนีตายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองพาราณส วันนั้น เศรษฐีชาวเมืองพาราณสี
ี
คนหนึ่ง ออกจากเมืองจะไปอาบน้ำเห็นฝูงแร้งเปียกมอมแมมอยู่ จึงหอบไปรวมกันในที่แห่งหนึ่ง ก่อไฟให้
ผิงแล้วนำไปไว้ที่ป่าช้า นำเนื้อโคมาเลี้ยงพวกแร้งเป็นอย่างดี เมื่อพายุฝนหยุดแล้ว ฝูงแร้งมีรางกายเข้มแข็ง
่
แล้วพากันบินกลับรังที่ภูเขาตามเดิม วันหนึ่งฝูงแร้งจับกลุ่มปรึกษากันว่า “พวกเรารอดตายมาได้ ก็เพราะ
การช่วยเหลือของเศรษฐีคนหนึ่ง พวกเราจะตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างไรดี” จึงตกลงร่วมกันว่า
“ตั้งแต่วันนี้ไป แร้งตัวใดได้ผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มใด ๆ ก็พึงคาบไปทิ้งที่บ้านเศรษฐีนะ” นับแต่วันนั้นมาฝูง
แร้งก็ดูทีเผลอของพวกมนุษย์ที่ตากผ้าไว้ที่กลางแดด ต่างพากันโฉบเฉี่ยวเอาผ้าไปทิ้งไว้ที่บ้านเศรษฐีเป็น
ประจำ เศรษฐีพอเห็นผ้านั้นแล้ว ก็นำไปเก็บไว้ในที่ส่วนหนึ่งต่างหากไม่นำเอามาใช้ ชาวเมืองเกิดความ
เดือดร้อนเพราะฝูงแร้งลักผ้าไป จึงเข้ากราบทูลพระราชา พระองค์รับสั่งให้ดักบ่วงและข่ายเพื่อจับพญาแร้ง
ั
เมื่อชาวเมืองจับพญาแร้งได้แล้ว จะนำไปถวายพระราชา เศรษฐีก็กำลงจะเข้าเฝ้าพระราชาเช่นกัน จึงเดิน
ตามกันไป พระราชาตรัสถามพญาแร้งว่า “พวกเจ้าคาบผ้าชาวเมืองไปหรือ?” พญาแร้งตอบว่า “จริง พระ
เจ้าข้า” พระราชา “พวกเจ้าเอาไปให้ใคร” พญาแร้ง” ให้เศรษฐี พระเจ้าข้า “พระราชา “ทำไมละ” พญา
แร้ง” เพราะเศรษฐีช่วยเหลือชีวิตของพวกข้าพระองค์จึงต้องตอบแทนบุญคุณ .. พระเจ้าข้า “พระราชา
ตรัสถามอีกว่า “เขาลือกันว่า แร้งเห็นซากศพได้ ถึง 100 โยชน์มิใช่หรือ เหตุไร พวกเจ้ามาใกล้ข่ายและบ่วง
แล้วก็ไม่รู้สึกตัวเล่า “พญาแร้งตอบเป็นคาถาว่า “เมื่อใดสัตว์มีความเสื่อมในขณะจะสิ้นชีวิต เมื่อนั้นนถึงจะ
มาใกล้ข่ายและบ่วงก็ไม่รู้” พระราชาตรัสถามเศรษฐีว่า “เป็นจริงตามนั้นหรือไม่ ท่านเศรษฐี” เศรษฐีได้
กราบทูลว่า “จริงพระเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดทรงปล่อยแร้งตัวนี้ไปเถิด ข้าพระองค์จะคืนผ้าเหล่านั้นแก่
เจ้าของเดิม พระเจ้าข้า “พระราชาจึงรับสั่งให้ปล่อยแร้งไปตามเดิม เศรษฐีก็คืนผ้าให้แก่เจ้าของเดิมไป
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: : บุญคุณต้องตอบแทนแม้แต่สัตว์เดรัจฉานยังรู้จักตอบแทนบุญคุณ
และอย่าได้ประมาทในวัยเพราะความตายไม่เคยเว้นใคร ๛
กาเทียมหงส์ (วินีลกชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเทวทัตผู้แสดงท่าทางเอา
อย่างพระองค์แล้วถึงความพินาศ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์
เกิดเป็นพระราชา ครองเมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะ สมัยนั้น พญาหงส์ตัวหนึ่ง มีเมียตัวหนึ่งเป็นนางนกกา ทำ
รังอยู่ที่ต้นตาล ใกล้โรงอาหาร มีลูกด้วยกันตัวหนึ่ง เป็นตัวผู้หน้าตา่ไม่เหมือนพ่อแม่ จึงตั้งชื่อว่า วินีลกะ
เพราะมันมีสีค่อนข้างคล้ำ อนึ่ง พญาหงส์นั้นมีลูกหงส์อยู่ก่อนแล้ว 2 ตัว ลูกหงส์เห็นพญาหงส์ไปถิ่นมนุษย์
บ่อยนักจึงถามพ่อว่าไปทำไม พญาหงส์จึงบอกลูกว่า “ลูกรัก..พ่อไปเยี่ยมน้องของพวกเจ้าชื่อวินีลกะที่เกิด
จากนางนกกานะ” ลูกถามว่า “พวกเขาอยู่ตรงไหนละครับพ่อ” พ่อตอบว่า “อยู่ยอดต้นตาลตรงโน้น ใกล้
เมืองมิถิลาจ้าลูก” ลูกพูดว่า “พวกผมจะไปพาเขามานะครับพ่อ” พ่อห้ามว่า “อย่าไปเลยลูก ถิ่นมนุษย์มัน
มีภัยอันตรายรอบด้าน พ่อจะพาเขามาเอง” ลูกหงส์ทั้งสองหาเชื่อคำของพ่อไม่ ได้อาสาไปนำนกวินีลกะมา
จึงพากันไปที่ต้นตาลนั้น ให้นกวินีลกะจับคอนไม้อันหนึ่งแล้ว ช่วยกันคาบปลายไม้คนละข้าง บิินผ่านเมือง

