Page 89 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 89

81

                                                 หาที่ตาย (อุปสาฬหกชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพราหมณ์อุปสาฬกะ ผเข้าใจว่ามี
                                                                                                     ู้
                                    ่
              ป่าช้าบริสุทธ์ เรื่องมีอยู่วา… พราหมณ์คนนี้มีทรัพย์สมบัติมากแต่เป็นคนเจ้าทิฏฐิ ถึงบ้านจะอยู่ติดกับ
              วัดเชตวัน แต่ก็ไม่เคยถวายอะไรแก่พระพุทธเจ้าเลย เข้าทำนองใกล้เกลือกินด่าง เขามีลูกชายอยู่คนหนึ่ง

              เป็นคนฉลาด มีความรู้ดี พอพราหมณ์แก่ชราลง วันหนึ่งจึงเรียกลูกชายมาหาแล้วพูดว่า “ลูกรัก ถ้าพ่อตาย

              แล้ว เจ้าอย่าเอาศพพ่อไปเผาในป่าช้าที่ปะปนกับคนอื่นนะ ให้เอาศพพ่อไปเผาในป่าช้าใหม่ที่ไม่เคยเผาใคร
              มาก่อนเลยนะ” ลูกชายพูดว่า “พ่อครับ ผมไม่รู้ว่าจะุถูกใจพ่อหรือเปล่า ทางที่ดีพ่อพาผมไปเลือกสถานที่ไว้
              ตั้งแต่เดี๋ยวนี้จะดีกว่า “วันนั้นพราหมณ์กับลูกชายจึงแสวงหาที่เผาศพ ออกจากเมืองมุ่งตรงไปที่ยอดเขา

              คิชกูฏ เลือกได้ที่แห่งหนึ่งแล้วก็ลงจากยอดเขามา ในเวลารุ่งอรุณของวันนั้นพระพุทธเจ้าทรงตรวจดูอุปนิสัย

              ของสรรพสัตว์ ได้ทอดพระเนตรเห็นอุปนิสัยโสดาปัตติมรรคของพ่อลูกคู่นั้น ดังนั้น พระองค์จึงเสด็จไป
              ประทับนั่งรอสองพ่อลูกลงจากเขามา พอพวกเขาเดินลงมาถึงที่ประทับจึงตรัสถามว่า “ไปไหนกันมาละ

              ท่านพราหมณ์” ลูกชายจึงกราบทูลเนื้อความให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ถ้าเช่นนั้น เราจะไปดู
              สถานที่ตรงนั้นด้วย” ว่าแล้วก็พาสองพ่อลูกกลับขึ้นเขาไปดูสถานที่นั้นอีกครั้ง พอขึ้นไปถึงที่นั้น ลูกชายจึงชี้

              ให้ดูและกราบทูลว่า “ตรงระหว่างภูเขาสามลูกนี่แหละพระเจ้าข้า “พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “พ่อหนุ่ม พ่อ
              ของเจ้ามิใช่จะเลือกป่าช้าเผาในบัดนี้เท่านั้น แม้ในอดีตก็เคยมาแล้วและที่ตรงนี้ก็เคยเผาเขามาแล้ว

              14,000 ชาติด้วย” จึงทรงนำอดีตนิทานมาสาธก และตรัสพระคาถาวา “พราหมณ์ชื่อว่าอุปสาฬกะ ได้ถูก
                                                                             ่
              พวกญาติเผาในสถานที่นี้ จำนวน 14,000 ชาติแล้ว สถานที่ไม่เคยมีคนตายไม่มีในโลก สัจจะ ธรรมะ

              อหิงสา สัญญมะ และทมะมีอยู่ในผู้ใด พระอริยะทั้งหลายย่อมคบหาผู้นั้น (เพราะ) คุณธรรมชื่อว่าไม่ตายใน
              โลก” เมื่อตรัสพระธรรมเทศนาจบทำให้ 2 พ่อลูกได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ณ ที่ตรงนั้นเอง

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  อย่าไปแสวงหาสถานที่ไม่เคยมีคนนอนตายบนพื้นโลกนี้ให้ยากเลย

                                                 เพราะสถานที่ไม่เคยมีคนตายไม่มีในโลก ๛

                                                   พังพอนกับงู (นกุลชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการทะเลาะกันของอำมาตย์ 2
                                                                                                             ั
              คน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษีบำเพ็ญเพียรสมาบติ
                                                     ู่
              อยู่ป่าหิมพานต์ มีพังพอนตัวหนึ่ง อาศัยอยในจอมปลวกที่จงกรมของฤๅษีนั้น และมีงูตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ที่โคน
              ไม้ต้นหนึ่งใกล้จอมปลวกนั้น งูและพังพอนไม่ถูกกันเป็นคู่อริกันตลอดกาล ฤๅษีเห็นสัตว์ทั้งสองทะเลาะกัน
              จึงกล่าวถึงโทษของการทะเลาะกันและอานิสงส์ในการเจริญเมตตาแก่สัตว์ทั้งสอง จนทำให้งูและพังพอน
              เลิกทะเลาะกันกลับมาเป็นมิตรกันในที่สุด ถึงกระนั้นพังพอนก็ไม่ไว้ใจงู เวลางูออกไปข้างนอกพังพอนก็จะ

              นอนอ้าปากหันหัวออกนอกโพรง แม้หลับก็ยังนอนอ้าปากอย ฤๅษีเห็นพฤติกรรมเช่นนั้นของมันจึงถามมัน
                                                                     ู่
              ว่า “พังพอน..เจ้าได้ทำมิตรภาพกับงูผู้เป็นศัตรูแล้วมิใช่หรือ เหตุไฉนจึงนอนแยกเขี้ยวอยู่อีกเล่า ภัยที่ไหน
              จะมาถึงตัวเจ้าอีกละ” พังพอนตอบว่า “พระคุณเจ้า เราไม่ควรดูหมิ่นศัตรู ควรระแวงไว้เสมอ” แล้วกล่าว

              เป็นคาถาว่า “บุคคลพึงระแวงภัยในศัตรูไว้ก่อน แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้วางใจ ภัยที่เกิดขึ้นจากมิตรย่อมกัด
                                                                              ้
                                                                         ่
              กร่อนจนถึงโคนราก” ฤๅษีจึงกล่าวสอนพูดให้พังพอนเลิกระแวงวา “เจาอย่ากลัวไปเลย เราได้ทำให้งูไม่ทำ
              ร้ายเจ้าแล้ว เจ้าเลิกระแวงได้แล้วละ” งูและพังพอนนั้นก็เป็นอยู่อยางสันติจนตราบสิ้นชีวิต
                                                                           ่
                                      ่
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  อยู่รวมกันไม่ควรทะเลาะกัน เพราะจะนำมาซึ่งความระแวงกัน ๛
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94