Page 17 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 17

๔


                                 กรุณา-เรืองอุไร กศลาสัย ได้กล่าวไว้ในหนังสือคีตาญชลี ว่า “ชาวอินเดียสามคนที่ได ้
                                                ุ
                                         ็
                                                                                             ิ
                                                                                                ี
                            ื
                            ่
                                                                                                   ้
                                                                        ู
                                                                            ิ
                                                                         ั
                                                                        ้
                                                       ี
                                                                                     ่
                                                            ้
                                                                               ี
                       สร้างชอเสียงและบำเพญคุณงามความด ทำใหโลกภายนอกรจกอนเดยมากทีสุด ชาวอนเดยทังสามคน
                                            ู
                       นี้คือ ๑.รพินทรนาถ ฐากร ๒.มหาตมา คานธี และ ๓.ยวาหระลาล เนห์รู  มหาตมา คานธี และยวา
                                                                                                         ่
                                                                                ู
                       หระลาล เนห์รู สร้างชื่อเสียงในทางการเมือง ส่วนรพินทรนาถ ฐากร นั้นมีชื่อด้วยเกียรตินิยมแหง
                       ความเป็นกวีและนักเขียน งานวรรณกรรมซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้โลกรับรองความเป็นอัจฉริยะของรพิน-
                                                          ั
                                           ็
                                 ู
                                               ี
                                                                      ๘
                                                             ์
                       ทรนาถ ฐากร ในฐานะเปนกว คือ บทประพนธคีตาญชลี”
                                                                                                  ั
                                            ุ
                                                                                                ั
                                                                    ั
                                                               ้
                                                         ้
                                                                             ิ
                                                                                  ่
                                                                                      ุ
                                                ุ
                                 กรุณา-เรืองอไร กศลาสัย ไดกล่าวไวในหนงสือภารตวทยาวา “พทธศาสนากบวฒนธรรม
                                                                                                         ้
                       อินเดียมีความสัมพันธ์กันอย่างชนิดที่ไม่มีวันจะแยกออกจากกันได้ ความจริงข้อนี้เป็นที่ยอมรับกันทัง
                       ในและนอกประเทศอินเดีย จริงอยู่ ประวัติศาสตร์อาจะระบุเรื่องราวอันเกี่ยวกับความเจริญ ความ
                       เสื่อมโทรม และการสูญสลายของพุทธศาสนาไปจากดินแดนอินเดีย แต่อิทธิพลที่พระธรรมคำสั่งสอน
                       ของพระพุทธเจ้ามีอยู่เหนือกระแสความคิดและชีวิตจิตใจของชาวอินเดียทั่วไปนั้น ได้แสดงออกมาให ้
                                                                    ั
                       เปนทีประจักษ์แกสายตาชาวโลกมามายหลายทางด้วยกน”
                           ่
                                     ่
                         ็
                                                                       ๙
                                 สพุชโกลี เชน ได้กล่าวไว้ในบทความเรื่องศาสนาของฐากูร ว่า“พันธกิจของท่านรพินทร
                       นาถคือ ทำมนุษย์ให้เป็นพระเจ้าและทำพระเจ้าให้เป็นมนุษย์ ฐากูรได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา
                       ด้วยเช่นกัน พุทธปรัชญาเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาท หรือขณิกวาท ไม่ดึงดูดความสนใจของท่าน แนวคิด
                       ทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับนิพพานซึ่งปราศจากความเจ็บปวดและความพอใจก็ไม่ดึงดูดความสนใจของ
                       ท่านเช่นกัน ท่านสนใจแนวคิดทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับอหิงสา สนใจพุทธธรรมในเรื่องไมตรี(ภาร
                       ดรภาพ) มุทิตา(ความสุขในทุกสิ่ง) อุเบกขา(การปล่อยวาง) กรุณา(ความเห็นอกเห็นใจ) รพินทรนาถ
                                       ี
                                       ่
                                  ็
                                                        ุ
                                                                        ั
                       สนใจเรืองใดกตามทมีความเมตตา พระพทธเจ้าทรงอยใกล้หวใจของฐากูร”
                                                                                    ๑๐
                             ่
                                                                   ู
                                                                   ่
                                             ้
                                 ระวี ภาวิไล ไดกล่าวในบันทึกผู้ถอดความ ในหนังสือ ปรัชญานิพนธ์ สาธนา นิพนธ์โดย
                                                               ้
                       รพินทรนาถ ฐากูร ซึ่งท่านเป็นผู้แปลเอง สรุปไดว่า ท่านรพินทรนาถ ฐากูรได้แสดงทัศนะและความ
                                            ้
                                              ่
                                                                     ี
                                        ุ
                                 ่
                                                                ์
                                                                          ์
                       เข้าใจของมีตอพระพทธเจาวา ไดประทานโลกทัศนและชวทัศนในแนวใหม่แตกต่างไปจากลัทธิฮินดูใน
                                                  ้
                                                                                                         ่
                       สมัยของพระองค์ ได้ทรงประกาศหลัก ‘อนัตตา’ และทรงให้ความหมาย ‘นิพพาน’ ในด้านปฏิบัติวา
                       ‘ความดับสนิทแห่งตัณหา’ นอกจากนี้ รพินทรนาถ  ฐากูรยังได้แสดงทัศนะทางพุทธศาสนาของท่าน
                       ในหนังสือเล่มนี้อีกว่า ในการแสวงหาโมกษธรรมนั้น มนุษย์เราไม่จำเป็นและไม่ควรที่จะดิ้นรน
                                                                                                        ็
                       ขวนขวายหนีไปเสียจากโลกแห่งชีวิตประจำวันและธุระการงานนี้ และเน้นด้วยว่า ความหลุดพ้นเปน
                       สภาพที่มนุษย์จะบรรลุได้ในปัจจุบัน ในชีวิตนี้และในโลกนี้ กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ โลกียธรรมและ
                       โลกุตรธรรม หรือวัฏสงสารและนิพพานเป็นสภาวะอันดำรงอยู่ด้วยกัน ข้อสำคัญก็คือมนุษย์จะต้อง

                                 ๘  รพินทรนาถ ฐากูร, คีตาญชลี, แปลโดย กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย, พิมพ์ครั้งที่ ๑๐,
                                          ิ
                                             ์
                                               ่
                       (กรงเทพมหานคร:  สำนักพมพแมคำผาง, ๒๕๕๕), หน้า ๒๕.
                         ุ
                                 ๙  กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย, ภารตวิทยา, พิมพ์ครั้งที่ ๔, (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สยาม,
                       ๒๕๔๓), หน้า๔๗.
                                 ๑๐  นวทป สุร, บรรณาธการ. ชีวต รพนทรนาถ ฐากร. แปลโดย วไล ตระกูลสิน และ เจรญเกียรต ธน
                                      ี
                                                                                                      ิ
                                                                                                ิ
                                                        ิ
                                                                                ิ
                                                                      ู
                                                            ิ
                                                 ิ
                                          ี
                                                ิ
                                                  ์
                               ุ
                       สุขถาว, (กรงเทพมหานคร: สำนักพมพภารตะ, ๒๕๕๘), หน้า ๑๓๐-๑๓๑.
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22