Page 36 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 36

๒๓



                                                                           ิ
                                                                                        ิ
                                                                   ้
                                                                       ื
                                 ใน พ.ศ. ๒๔๖๙ (ค.ศ. ๑๙๒๖) ท่านไดไปเยอนอตาลีตามคำเชญของมุสโสลิน ท่าน
                                                                                                     ี
                                                            ู
                                                                                                      ู
                               ่
                                                                    ์
                                                ์
                                                                                      ่
                                                                                              ี
                         ิ
                                                                                                    ้
                                    ั
                       เดนทางตอไปยงกรุงออสโลว, เบลเกรด, บคาเรสต, เอเธนส์ และไคโรทีเยอรมนท่านไดพดคุย
                          ั
                        ั
                              ิ
                       กบอลเบร์ต ไอนสไตน์
                                    ์
                                                                   ิ
                                                                                         ่
                                 ใน ปพ.ศ. ๒๔๗๐ (ค.ศ. ๑๙๒๗) ท่านเดนทางไปเอเชียอาคเนย์ เพือเยือนมาลายา ชวา
                                     ี
                            ี
                                                  ั
                                                                           ื
                                                                     ้
                                                                     ี
                                                                           ่
                       บาหล สยาม และพม่า สาระสำคญของการไปเยือนครงนคือ เพอศึกษาร่องรอยอารยธรรมอนเดยและ
                                                                                                     ี
                                                                                                  ิ
                                                                   ้
                                                                   ั
                                                            ้
                                    ั
                                                                   ิ
                                                              ้
                                                                       ้
                                                            ี
                                                                     ิ
                                                      ู
                                      ์
                                          ั
                                                                     ่
                       เชอมความสัมพนธทางวฒนธรรมกับภมิภาคนใหใกล้ชดยงขึน
                        ่
                        ื
                                                                                 ั
                                                                                 ้
                                 ใน พ.ศ.๒๔๖๙ (ค.ศ. ๑๙๓๐) ท่านเดินทางไปยุโรปเปนครงสุดท้าย ในการเดนทางครังน  ี ้
                                                                             ็
                                                                                                ิ
                                                                                                       ้
                                                              ้
                                                              ั
                                                                                                        ่
                                                      ื
                              ิ
                            ั
                       ท่านจดนทรรศการภาพวาดในหลายเมองรวมทงปารีส ท่านเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดเพือ
                       แสดงปาฐกถา
                                                                                        ็
                                     ี
                                                                                            ้
                                                                             ่
                                                                    ิ
                                                                                            ั
                                 ใน ปพ.ศ. ๒๑๗๕ (ค.ศ. ๑๙๓๒) ท่านเดนทางไปตางประเทศเปนครงสุดท้าย โดยมี
                        ุ
                                                                   ิ
                                                         ิ
                                    ์
                                                                    ์
                       จดหมายทีเปอรเซียตามพระราชสาส์นเชญของกษัตรยแหงอหร่าน ท่านไปเยอนกรุงแบกแดด ชราซ
                                                                                                      ี
                                                                                       ื
                                                                       ่
                                                                         ิ
                               ่
                       เตหะราน และบูเชร์
                                       ๓๔
                                      ิ
                                                                                   ิ
                                                                ่
                                                     ิ
                                 การเดนทางของท่านรพนทรนาถในตางประเทศมีมากมายเกนกวาจะรวบรวมรายชอไว         ้
                                                                                       ่
                                                                                                      ื
                                                                                                      ่
                       ทังหมดทุกประเทศทท่านไปเยอน การเดนทางของท่านในแตละประเทศมีเหตผลทีแตกตางกน และมี
                                                                                                   ั
                                                ื
                                                        ิ
                                        ี
                                                                                          ่
                                                                                       ุ
                        ้
                                                                                               ่
                                                                         ่
                                        ่
                                                                         ้
                        ุ
                                                             ่
                                       ่
                                                      ิ
                                             ่
                                                                  ั
                                                                  ้
                                                                                ้
                       จดมุงหมายทีแตกตางกน ซึงในการเดนทางแตละครงท่านไดรับการตอนรบเปนอยางด ในฐานะมหา
                                                                                           ่
                                          ั
                                                                                              ี
                                                                                    ั
                                  ่
                          ่
                                                                                       ็
                                  ึ
                       กวเอกท่านหนงของโลก
                         ี
                                  ่

                                              ้
                                 ๒.๔.๓ การก่อตังมหาวิทยาลัยวิศวภารติ
                                                                             ้
                                                                     ่
                                                                                      ิ
                                                                ่
                                                                              ั
                                                            ้
                                                                     ื
                                 นอกจากวรรณกรรมจำนวนไมนอยทีสร้างชอเสียงใหกบท่านรพนทรนาถ ฐากร ดงทีได       ้
                                                                                                       ่
                                                          ่
                                                                                                  ู
                                                                                                     ั
                                                                                   ้
                                                                                 ้
                                                                             ู
                                    ั
                                                                                           ุ
                                                ิ
                                                                                                ่
                                                                                                       ็
                                                                                                ุ
                                    ้
                                                                                      ้
                       กล่าวมาแล้วนน มรดกอกชนหนงทีท่านรพนทรนาถ ฐากร ไดทิงไวใหอนชนรนหลังกคือ
                                                ้
                                                                                        ้
                                                     ึ
                                                               ิ
                                                     ่
                                              ี
                                                        ่
                                             ็
                       สถาบันการศึกษาทีมีชอเปนทางการว่า “มหาวิทยาลัยวิศวภารติ” หรือเรียกกันโดยทัวไปในนาม
                                          ื
                                       ่
                                          ่
                                                                                                ่
                                                                                                   ิ
                       “ศานตนเกตน” มีความหมายดงน“ศานต” (santi, shanti) คือ สันต คือ ความสงบ “นเกตน”
                                                            ิ
                                                                                   ิ
                             ิ
                                                   ั
                                  ั
                               ิ
                                                                                                       ั
                                                     ี
                                                     ้
                       (neketan) เปนคำประสมใส่ไปข้างหลังคำใหความหมายถึง สถานที เขตแดน ดงนน“ศานตนเกตน”
                                                                                           ั
                                                            ้
                                                                               ่
                                                                                                  ิ
                                                                                                    ิ
                                                                                                       ั
                                                                                         ั
                                  ็
                                                                                           ้
                                         ิ
                                                                    ๓๕
                                                                                   ้
                                                                              ่
                       (Santiniketan) คือ ดนแดนแห่งความสงบและสันติ  สถานทีแห่งนีท่านเทเวนทรนาถ ฐากูร
                                                                                                       ็
                                                              ็
                                                                                  ่
                                                                                    ุ
                                                           ่
                                                                                                     ้
                                                                                      ิ
                                                                 ้
                                                                                            ้
                                               ิ
                                                                                          ้
                                                                                               ้
                       (Debendranath Tagore) บดาของท่าน ซึงเปนผูสนใจศาสนามากกวาธรกจ ไดซือไวและใชเปนที     ่
                                                      ่
                       บำเพ็ญศาสนกจ จนได้รับสมญานามวา “มหาศี” หรือ “มหาฤษี” โดยคนทวไปเรียกท่านวา “มหาศี
                                                                                                  ่
                                                                                     ั
                                   ิ
                                                                                     ่
                                 ๓๖
                       เวนทรนาถ”  พลิกฟืนทีรกร้างเลียนเตียนจากดงต้นตาลกับชาติม (Chhatim-Seven Leaves Tree)
                                         ้
                                                   ่
                                            ่
                                                                                                        ๓๗
                                            ึ
                                                                                          ิ
                                    ่
                                 ้
                       กลายเปนพนทีสีเขียวครมดวยไม้ใหญ่นอย ตงอยในโบลปร์(Bolpur) อำเภอบรภมิ(Birbhum)
                                                                  ่
                                               ้
                                                                                             ู
                              ็
                                                              ั
                                                                         ู
                                                         ้
                                            ้
                                 ื
                                                                  ู
                                                              ้

                                                            ู
                                 ๓๔  นวทป สุร, ชีวต รพนทรนาถ ฐากร ๑๕๐ ปี ชาตกาล, แปลโดย วไล ตระกูลสิน และเจริญเกียรต  ิ
                                          ี
                                             ิ
                                                 ิ
                                      ี
                                                                                   ิ
                       ธนสุขถาวร, หน้า ๑๐๗ – ๑๑๙ .
                                 ๓๕  นรศรา ตนตกำเนิดกุล, Santiniketan อินเดยใตตนไม, (กรงเทพมหานคร: สำนักพมพ a book,
                                                                      ้
                                         ั
                                                                   ี
                                                                       ้
                                                                          ้
                                            ิ
                                                                              ุ
                                                                                                 ์
                                     ิ
                                                                                               ิ
                       ๒๕๕๑), หน้า ๒๔.
                              ๓๖  พยบแดด, นามแฝง. แปลและเรีบบเรยง, โรงเรียนใตร่มไม: โลกทังผองพบรวงรังทพกพง, พมพครงท  ี ่
                                                           ี
                                                                                            ่
                                                                                                       ้
                                                                                                       ั
                                                                      ้
                                                                                             ั
                                                                                            ี
                                                                               ้
                                                                                                ิ
                                  ั
                                                                                                   ิ
                                                                          ้
                                                                                                     ์
                       ๒, (กรงเทพมหานคร: สำนักพมพคำหอม, ๒๕๓๖๗, หน้า ๒๖.
                                            ิ
                                               ์
                           ุ
                                 ๓๗  เรองเดียวกัน, หน้าเดยวกัน.
                                                  ี
                                    ่
                                    ื
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41