Page 49 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 49
๓๖
้
็
ื
่
่
้
้
็
ขอประกาศสละงานบานเรือน เพอถือเพศ เปน “อนาคารก” แปลวา ผูไม่ครองเรอน เปนผูถือ
ื
ิ
้
์
ั
ึ
ุ
้
้
ั
่
้
ั
่
ื
่
้
ิ
่
พรหมจรรย ท่านจงไดใชชอวา อนาคาริก ธรรมปาละ มาตงแตนน ไดเดนทางถึงพทธคยาในวนที ๒๒
์
์
มกราคม ๒๔๓๔ ไดเหนพระมหาเจดยพทธคยาและต้นพระศรีมหาโพธิทีทรุดโทรมถูกทอดทิง อยูใน
่
ุ
็
้
้
่
ี
ความครอบครองของพวกนกบวชฮนดตระกูลมหนต จงเกดความสังเวชใจทไดพบเหนเชนนน ได ้
ั
์
ึ
็
้
ั
้
่
ิ
ิ
ั
ี
่
ู
้
ื
ิ
ุ
ุ
ี
ู
ี
ิ
่
์
ี
่
่
ิ
อธษฐานตอตนพระศรมหาโพธวา จะถวายชวตเปนพทธบชา เพอฟนฟพทธศาสนาในอนเดยและนำ
้
ื
ิ
็
ู
็
ั
ิ
ุ
้
ุ
่
พทธคยากลับคืนมาเปนสมบตของชาวพทธทัวโลกใหได้
ั
ในความเปนจริง ไม่มีข้อกงขาสงสัยใดๆ ในสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลของชาวพทธ คือ
็
ุ
้
ลุมพนสถานทีเจาชายสิทธตถะประสูต พทธคยาสถานทีเจาชายสิทธตถะตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพทธ
ี
ิ
้
้
ั
ิ
็
ุ
ั
่
่
ุ
ิ
เจา ซึงมีตนโพธเปนเครืองหมาย ปาอสิปตนะสถานทีพระพทธองค์ได้แสดงธรรมปฐมเทศนา และกุสิ
้
่
่
่
่
้
็
ุ
ิ
์
ิ
้
ิ
นาราสถานทีพระพทธองค์เสดจดบขันธปรนพพาน พระองค์ไดนำความเจรญทางอารยธรรมมาสูเอเชย
ิ
่
็
ั
่
ี
ุ
ี
ุ
บรรดาสังเวชนยสถาน ๔ ตำบล ตนพระศรมหาโพธทีพทธคยา คือสิงทีมีค่าและศักดสิทธของชาวพทธ
ุ
์
ิ
่
ี
่
์
่
์
ิ
ิ
้
่
์
ั
้
้
์
่
ู
ทังโลก ซึงขณะนนตกอยในมือของพวกมหันต ซึงเปนนกบวชพราหมณ ผู้ไม่ได้ดูแลพระมหาเจดีย์
ั
็
่
๘
ิ
ุ
ั
่
พทธคยาเลย นอกจากวาจะถือเปนกรรมสิทธ และตกตวงเอาผลประโยชน์ เปนอยางมาก
่
็
็
์
ึ
ี
ิ
่
้
ในป พ.ศ. ๒๔๒๓ รัฐบาลเบงกอลไดเข้ามาบรณะ และไดขอนำส่วนหนงของรัวเสาหน
้
ู
้
้
์
้
่
้
ิ
สมัยพระเจ้าอโศกทพวกมหันตไดรือออกนำไปสรางบานกลับมาตงไว ณ ทีเดม แตพวกมหันตไม่ใหคืน
์
้
ั
่
้
้
่
ี
้
ั
ั
์
มา ท่านเซอร์ อาชเลย เอเดน (Sir Ashley Eden) จงไม่สามารถผลกดนการบรณะใหแล้วเสรจได ้
ู
็
้
ึ
่
่
่
ท่านธรรมปาละและพระโกเซน ชาวญี่ปุน ได้พักอยูทีพุทธคยาชัวคราว ทีศาลาพักของ
่
่
้
ั
็
่
่
้
้
่
็
พม่า ซึงคณะทูตของพระเจ้ามินดงมินไดสร้างไวเปนทีพก จากนนท่านธรรมปาละกเริมงานของท่าน
ั
ั
ุ
ุ
โดยการเขียนจดหมายบอกเล่าสภาพของพทธคยา ส่งไปยงบคลลแทบทุกวงการของพม่า ศรีลังกา
่
ั
ี
้
ิ
ี
อนเดย และเรยกร้อง ชกชวนใหร่วมมือกัน เพืองานฟืนฟูพระพุทธศาสนา และพุทธสถาน
้
ิ
ั
ั
่
ท่านธรรมปาละได้เดนทางกลบมายงโคลัมโบ เพอทีจะไปจัดตงสมาคมขึน เพอการนำ
้
่
ื
ื
่
้
ั
่
้
่
ั
ุ
้
ุ
ั
ุ
พทธคยากลับคืนมาสูชาวพทธ และในวนที ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ท่านไดตง "พทธคยามหาโพธ ิ
้
้
ี
่
ั
่
โซไซเอต" ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ตอมาไดตดคำวา พุทธคยาออก คงไว้แต่ มหาโพธิโซไซตี ้
หรือ สมาคมมหาโพธ มาถึงปจจุบน
ั
ิ
ั
ั
้
้
้
จดประสงค์ของสมาคมมหาโพธ ทีไดจดตงขึนในคราวนัน คือ
ิ
ั
่
ุ
้
ิ
่
๑. เพอสรางวดพระพทธศาสนา กอตงพทธวทยาลัย และส่งคณะพระภิกษุซึงเปนผูแทน
ื
้
่
ุ
ุ
้
่
้
็
ั
ั
่
ุ
ของประเทศพระพทธศาสนา จาก จน ญีปน ไทย เขมร พม่า ลังกา จตตะกอง เนปาล ธิเบต ไป
่
ี
ิ
ุ
่
ู
ุ
ประจำอย ณ พทธคยา
ิ
ี
๒. เพอจดพมพวรรณคดพระพทธศาสนาในภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถินของอนเดย
่
ื
ั
์
ิ
่
ุ
ี
ิ
่
่
ิ
็
ู
้
ี
ั
ี
ในป พ.ศ. ๒๔๓๕ สมาคมมหาโพธ กไดยายจากโคลัมโบมาอยทีกลกตตา ประเทศอนเดย
ั
้
็
ู
่
และไดออกวารสารสมาคมมหาโพธ (Mahabodhi Review) ซึงยงคงอยถึงปจจุบน (พ.ศ.๒๕๖๒) เปน
ั
ิ
้
ั
ั
่
๘ วกิพเดย, อนาคาริก ธรรมปาละ, [ออนไลน์], แหล่งทมา https://th.wikipedia.org/wiki/อนาคารก_
ี
ี
่
ิ
ี
ิ
ธรรมปาละ.[๑ พ.ค. ๒๕๖๑].

