Page 790 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 790
่
ื
่
ี
คดีแพงทเกยวเนองกบคดีอาญาตาม มาตรา 46: ศึกษากรณีศาลมีคําพิพากษา
ั
่
ี
่
้
้
์
ั
่
คดีสวนอาญายกฟองดวยเหตุ ยกประโยชนแหงขอสงสยแกจําเลย
่
้
่
1
พิมพิมล วรรธนะหทย
ั
2
ดร.กรรภิรมย โกมลารชุน
์
่
บทคัดยอ
่
ในการพจารณาพพากษาคดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญา ประมวลกฎหมายวธพจารณาความ
ิ
ิ
ี
่
่
ี
ี
ี
ิ
ื
ิ
ี
ี
่
ิ
ิ
ิ
ื
ิ
อาญามาตรา 46 บัญญัตว่า ในการพพากษาคดส่วนแพ่ง ศาลจําต้องถอข้อเท็จจรงตามทปรากฏในคําพพากษา
่
ี
ื
่
ิ
ี
่
คดส่วนอาญา ทั้งน้ เพอช่วยให้การพจารณาพพากษาคดแพ่งทเกี่ยวเนืองกับคดีอาญาสามารถดําเนินคดีไป
ี
ี
ิ
ิ
็
็
ื
อย่างรวดเรวและเกิดความเปนธรรมแก่ผู้เสยหาย แต่ตามแนวคําพพากษาศาลฎกาถอหลักในเรองดังกล่าวว่า
ื
ี
ี
่
ั
ั
ื
้
ิ
หากศาลในคดอาญาพพากษาลงโทษจําเลยโดยฟงว่าจําเลยกระทําความผิดหรอพพากษายกฟองโดยฟงว่า
ี
ิ
พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอ ฟงไม่ได้ว่าจําเลยกระทําความผิด การพิพากษา คดีส่วนแพ่งก็ต้องฟัง
ั
ี
็
็
ข้อเท็จจรงไปตามคําพพากษาคดส่วนอาญาว่า จําเลยเปนผู้กระทําความผิด เปนผู้กระทําละเมดต่อผู้เสยหาย
ิ
ี
ิ
ิ
ี
หรอจําเลยไม่ได้กระทําความผิด ไม่ได้กระทําละเมดต่อผู้เสยหาย แต่ในกรณีทีศาลในคดีอาญาพิพากษายก
ิ
ื
่
ิ
ฟองโดยฟงว่าพยานหลักฐานของโจทก์มความสงสัยตามสมควรว่า จําเลยกระทําความผดหรอไม่ ให้ยก
ั
้
ื
ี
ิ
ิ
ประโยชน์แห่งความสงสยให้จําเลย ตามประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสองนั้น
ี
ั
ี
ี
ี
แนวคําพพากษาศาลฎกายังมความไม่แน่นอน คดแพ่งบางคดก็นําประมวลกฎหมายวธพิจารณาความอาญา
ี
ิ
ิ
ี
มาตรา 46 มาใช้ โดยถือว่าจําเลยไม่ได้กระทําความผิด ไม่ได้กระทําละเมิดต่อผู้เสียหาย แต่คดีแพ่งบางคดีก็
ี
ี
ื
ไม่นําประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญามาตรา 46 มาใช้ โดยถอว่าศาลในคดอาญายังไม่ได้วินจฉัยว่า
ิ
ิ
จําเลยเปนผู้กระทําความผิดหรอไม่ ศาลในคดีแพ่งสามารถฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้ ทําให้เกิดความสับสนในหมู่
ื
็
่
ึ
ื
ึ
ี
ุ
นักกฏหมายและผู้ศกษากฎหมาย บทความน้จงมวัตถประสงค์เพอนําเสนอแนวทางการนําประมวลกฎหมาย
ี
่
ิ
ี
่
่
ี
ี
ี
ี
่
ี
วิธพจารณาความอาญามาตรา 46 มาใช้บังคับแก่คดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญาในกรณทคดส่วนอาญา
ี
ื
พิพากษายกฟ้องเพราะเหตุยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จําเลย โดยบัญญัติให้คดีอาญาทีศาลยกฟ้องเพราะ
่
ุ
เหตยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จําเลย ตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค
ี
ิ
่
สองนั้น ไม่ผูกพันทจะต้องนํามาตรา 46 มาใช้ โดยในคดส่วนแพ่งให้ผู้เสยหายนําพยานหลักฐานมาสืบว่าจําเลย
ี
ี
ี
กระทําความผิดและชดใช้ค่าสนไหมทดแทนได้ เพอให้เกิดความชัดเจนและอํานวยความยุตธรรมให้แก่สังคม
ื
ิ
ิ
่
ได้มากทสด
ี
ุ
่
ิ
ิ
์
ึ
1 นักศกษาหลักสตรมหาบัณฑต สาขานตศาสตร คณะนตศาสตรปรดพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรกิจบัณฑตย์
ิ
ู
ี
ี
ิ
ุ
์
ิ
ิ
่
2 ทปรกษาวิทยานพนธหลัก
ี
ิ
์
ึ
771

