Page 111 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 111
ประเด็นในรายละเอียด ได้แก่ เด็กแต่ละคนรับข้อมูลจากภาษาพูด
อย่างไร น�ามาตีความ ท�าความเข้าใจ และจดจ�า อย่างไร และสื่อสารกับคนอื่น
อย่างไร แต่ละขั้นตอนอาจเป็นตัวอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็ก มีผลการวิจัย
ี
บ่งช้ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ภาษาพูดกับผลการเรียนใน
ภาพรวม และเด็กที่มีคลังค�าในสมองมาก มีแนวโน้มจะมีผลการเรียนดี
ี
ิ
ผู้เขียนเร่มด้วยการใช้แบบทดสอบท่มีจ�าหน่ายท่วไป เอามาทดสอบ
ั
ื
นักเรียนจ�านวน ๑๔ คนของตน เพ่อหาสาเหตุของความบกพร่องด้านภาษา
้
�
ื
ี
�
นามาดาเนินการสอนเพ่อแก้จุดอ่อนท่พบในเด็กแต่ละคน แล้วทดสอบซ�า
ื
ี
ี
เพ่อดูผล โดยมีแผนท่ร่างไว้คร่าว ๆ ในเวลาประมาณ ๑ ปี ดังน้ เดือนแรก
เก็บข้อมูลของเด็กและทดสอบความสามารถด้านภาษา สามเดือนต่อมา
ื
ดาเนินการสอนเพ่อแก้ไขจุดอ่อนของเด็กแต่ละคน เดือนท่ ๕ ทดสอบผล
�
ี
ตามด้วยการดาเนินการและทดสอบผลอีกรอบหน่งในเดือนท่ ๖ - ๙ อีก
�
ึ
ี
สามเดือนที่เหลือใช้เขียนรายงาน
ผู้เขียนมีความอึดอัดใจว่าแบบทดสอบดังกล่าว ล้วนมุ่ง “จับผิด”
หรือ “หาจุดอ่อน” ของเด็ก โดยให้เด็กท�าข้อสอบไปเรื่อย ๆ จนพบค�าตอบที่ผิด
�
ี
จ�านวนหน่ง ผู้เขียนพบว่าวิธีทดสอบแบบน้ทาให้เด็กไม่มีความสุข ในขณะท ่ ี
ึ
ตัวผู้เขียนเองมุ่งส่งเสริมให้เด็กสนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้ ผ่านการ
ั
ปฏิบัติท่ให้ผลส�าเร็จ ผู้เขียนรู้สึกว่า แบบทดสอบเหล่าน้นทาอันตรายต่อเด็ก
�
ี
คือ มุ่งทาให้เด็กเป็นโรค แทนท่จะช่วยสร้างขีดความสามารถให้แก่เด็ก
�
ี
�
ื
�
แบบทดสอบบังคับให้ผู้เขียนมุ่งหาโรคของเด็กเพ่อดาเนินการบ�าบัด ทาให้
ผู้เขียนรู้สึกคับข้องใจ เพราะสภาพ เช่นนี้ขัดกับคุณค่าที่ตนยึดถือ
วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร 110
ี
ู

