Page 172 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 172

ื
                                      ี
           เพ่อพัฒนาตนเองของครูตามท่เสนอในหนังสือ  วิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนคร  นี้
                                                                          ู
           ยืนยันว่าครูสามารถสร้างความรู้จากการปฏิบัติได้  และจากนั้นสามารถสร้าง
                                            ิ
                                                         ี
           ทฤษฎีจากการปฏิบัติได้  และผมขอเพ่มเติมว่าการท่ครูทางานวิจัยปฏิบัต ิ
                                                             �
           การเพ่อพัฒนาตนเองเป็นรูปแบบของการพัฒนาครู  (professional
                  ื
                           ี
                              ี
           development) ท่ดีท่สุด  ดีกว่าการไปเข้ารับการอบรมเพ่อพัฒนาคร     ู
                                                                  ื
           ใด ๆ ท้งสิ้น  และในบางกรณีงานวิจัยปฏิบัติการศึกษาตนเองของครูน    ้ ี
                   ั
           อาจมีผลเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อระบบการศึกษาในภาพใหญ่ได้
                ั
           รวมท้งอาจพัฒนาเป็นทฤษฎีการศึกษาได้
                  มองจากมุมของครู  วงการวิจัยการศึกษากระแสหลัก  มีส่วนกดทับ

                                                        ิ
                                                   ั
           ความเป็นอิสระและความคิดสร้างสรรค์ รวมท้งศักด์ศรีครู  แต่กระบวนทัศน์
           วิจัยปฏิบัติการศึกษาตนเองของครูเป็นขบวนการกู้ความเป็นอิสระและ
                      ิ
           ความมีศักด์ศรีของวิชาชีพคร ู

                  เน่องจากงานวิจัยปฏิบัติการ  ใช้คนละกระบวนทัศน์กับงานวิจัย
                     ื
           กระแสหลักท่เรียกว่าแนว positivist ท่เน้นประเมินความน่าเชื่อถือของ
                                               ี
                       ี
                                       �
           ผลงานวิจัยท่ความสามารถทาซาได้ (reproducibility) และสามารถนาไป
                                       ้
                       ี
                                                                         �
                                     �
           ใช้ในสถานการณ์อ่นได้ (transferability)  แต่งานวิจัยปฏิบัติการมีลักษณะ
                            ื
           ตรงกันข้าม คือ มีความจ�าเพาะต่อแต่ละสถานการณ์ ท�าซ�้าไม่ได้ และน�าไปใช้
                         ื
           ในสถานการณ์อ่นได้ยากหรือไม่ได้เลย  จึงต้องหาเกณฑ์ความน่าเชื่อถือท่ใช้
                                                                          ี
                                                              ี
           กับงานวิจัยชนิดน้  และมีผู้เสนอว่าเน่องจากงานวิจัยชนิดน้ผูกพันกับคุณค่า
                           ี
                                            ื
           (value-based) จึงควรใช้ตัวคุณค่าน่แหละเป็นตัวตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
                                           ี
           ของงานวิจัย  หากงานวิจัยพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีคุณค่าจริงก็มีความน่าเชื่อถือ




                                                           171  วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร ู
                                                                     ี
   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177