Page 47 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 47

นอกจากนี้ศาลยังได้กล่าวถึงหนังสือชี้แจงจุดยืน (Position  การไต่สวนคดี ระหว่าง ๗ – ๑๓ กรกฎาคม
            Paper) ของทางการจีนที่ระบุถึงมุมมองของจีนเกี่ยวกับ  ค.ศ.๒๐๑๕
            ขอบเขตอำนาจศาลอนุญาโตตุลาการในการพิจารณา           ศาลอนุญาโตตุลาการ  (Arbitral  Tribunal)

            คดีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนเห็นว่าศาลไม่มีอำนาจ  ในอนุญาโตตุลาการระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน ภายใต้
            พิจารณาคดีนี้ และยืนยันไม่เข้าร่วมในกระบวนการนี้  ภาคผนวก  ๗  ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย
            และการตอบโต้ทางเอกสารไม่ได้แสดงว่าจีนยอมรับ    กฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ ณ Peace Palace กรุงเฮก
            กระบวนการอนุญาโตตุลาการ                        เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ค.ศ.๒๐๑๕ โดยฟิลิปปินส์ได้มี
                การนี้อนุญาโตตุลาการได้ชี้แจงว่าภายใต้ข้อ ๙   คำแถลงรอบแรก เมื่อวันที่ ๗ – ๘ กรกฎาคม ค.ศ.๒๐๑๕
            ภาคผนวก  ๗  ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย      เกี่ยวประเด็นคำถามซึ่งศาลอนุญาโตตุลาการได้ส่งให้
            กฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ ได้เปิดช่องให้การดำเนินคดี  เป็นแนวทาง เมื่อ ๒๓ มิถุนายน ค.ศ.๒๐๑๕ จากนั้น

            ฝ่ายเดียวนั้นสามารถกระทำได้                    ศาลได้มีคำถามเพิ่มเติม และให้ฟิลิปปินส์มีคำแถลง
                ข้อ ๙ การไม่มาปรากฏตัว ถ้าฝ่ายหนึ่งในข้อพิพาท  รอบที่สองเกี่ยวกับประเด็นคำถามเพิ่มเติมดังกล่าว
            ไม่มาปรากฏตัวต่อศาลอนุญาโตตุลาการหรือไม่ต่อสู้คดี  ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ค.ศ.๒๐๑๕ ๒
            ของตน อีกฝ่ายอาจร้องขอต่อศาลให้ดำเนินกระบวนการ
            พิจารณาต่อไปและมีคำชี้ขาด  การที่ฝ่ายหนึ่งไม่มา  ๔.๒.๑  คำแถลงที่สำคัญของฟิลิปปินส์
            ปรากฏตัวหรือการไม่ต่อสู้คดีจะไม่เป็นอุปสรรคต่อ     (๑) จีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือน่านน้ำ
            กระบวนการพิจารณา ก่อนที่จะมีคำชี้ขาด ศาลอนุญา    พื้นดินท้องทะเล และดินใต้ผิวดินเหนือไปจากขอบเขต
            โตตุลาการไม่เพียงแต่จะต้องแน่ใจว่าตนมีเขตอำนาจ  ตามสิทธิภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย
            เหนือข้อพิพาทเท่านั้น แต่จะต้องแน่ใจด้วยว่าข้อเรียกร้อง  กฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ ซึ่งล้ำเข้าไปในพื้นที่ทาง

            นั้นมีมูลความจริงและพื้นฐานทางกฎหมายเพียงพอ    ทะเลซึ่งรัฐชายฝั่งอื่น ๆ ในบริเวณนั้นรวมทั้งฟิลิปปินส์
                เมื่อ  ๒๒  เมษายน  ค.ศ.๒๐๑๕  ศาลอนุญา      หรือเวียดนามพึงมีตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย
            โตตุลาการถาวรออกคำสั่งการดำเนินคดีฉบับที่  ๔       กฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒
            (The Fourth Procedural Order) ระบุว่าที่ผ่านมา        (๒) แผนที่ “Nine-dashed Line” เป็นแผนที่
            มีการติดต่อสื่อสารให้จีนเข้าร่วมกระบวนการอนุญา    ที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ และ
            โตตุลาการแต่จีนยืนยันปฏิเสธที่จะเข้าร่วม และโต้แย้งว่า   เป็นเพียงการกำหนดขอบเขตของการอ้างสิทธิ์ทาง
            คำแถลง  (Submission)  ต่าง  ๆ  ของฟิลิปปินส์     ประวัติศาสตร์ของจีนเท่านั้น

            อยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของศาลอนุญาโตตุลาการ        (๓) ลักษณะทางทะเลที่จีนใช้เป็นพื้นฐานในการ
            ที่ตั้งขึ้นตามภาคผนวก ๗ จึงเป็นที่มาของการนั่งพิจารณา  อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้นั้นเป็นการตีความที่เป็นเท็จ และ
            เบื้องต้น (Preliminary Hearings) เกี่ยวกับขอบเขต  ไม่สามารถนำมาซึ่งสิทธิในพื้นที่ทางทะเล ดังนี้
            อำนาจศาลและการรับคำขอของฟิลิปปินส์ไว้พิจารณา         เกาะที่อ้างไม่เป็นเกาะซึ่งก่อให้เกิดสิทธิที่จะมี
                                                           เขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือไหล่ทวีป
                                                                  บางแห่งเป็นโขดหินตามนัยข้อ ๑๒๑ วรรคสาม
                                                           บางแห่งเป็นพื้นที่เหนือน้ำขณะน้ำลด  (Low-Tide
                                                           Elevations)  และแห่งอื่น ๆ เป็นพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ


            ๒ จันตรี สินศุภฤกษ์. “กรณีพิพาทหมู่เกาะสแปรตลี : ทัศนะทางกฎหมายและการเมือง”, จุลสารความมั่นคงศึกษา.ฉบับที่ ๑๒๗ - ๑๒๘,
            กรกฎาคม ๒๕๕๖



                                                             นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๕  พฤษภาคม ๒๕๕๙  43
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52