Page 49 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 49

มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าศาลไม่มีอำนาจ       แม้ตั้งสมมติฐานว่า สาระสำคัญของอนุญา

            พิจารณาข้อพิพาทนี้ และไม่เป็นการแสดงท่าทีของจีน  โตตุลาการนี้เกี่ยวข้องกับการตีความและการใช้อนุสัญญา
            ในประเด็นที่เป็นเนื้อหาของสาระสำคัญของอนุญา    สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล  ค.ศ.๑๙๘๒
            โตตุลาการที่ริเริ่มโดยฝ่ายฟิลิปปินส์ ตลอดจนจะต้องไม่ถูก  สาระสำคัญของอนุญาโตตุลาการก็จะเป็นส่วนหนึ่งของ
            ถือว่าเป็นการยอมรับหรือเข้าร่วมของจีนในอนุญา    การกำหนดขอบเขตทางทะเล (Maritime Delimitation)
            โตตุลาการดังกล่าว                              ระหว่าง ๒ ประเทศ ซึ่งจะเข้าข่ายตามคำประกาศ
                ศาลอนุญาโตตุลาการที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ภาคผนวก   ตามข้อ ๒๙๘ และ ๓๑๐ ของอนุสัญญาสหประชาชาติ
            ๖ ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล      ว่าด้วยกฎหมายทะเล  ค.ศ.๑๙๘๒  ของจีนเมื่อปี

            ค.ศ.๑๙๘๒  มีอำนาจพิจารณาข้อพิพาทที่เกี่ยวกับ     ค.ศ.๒๐๐๖ ที่ไม่ให้รวมข้อพิพาทเกี่ยวกับการกำหนด
            การตีความและการใช้อนุสัญญาฯ  ภายใต้เงื่อนไข    ขอบเขตทางทะเลอยู่ภายใต้อนุญาโตตุลาการภาคบังคับ
            ที่กำหนดในอนุสัญญาฯ โดยศาลต้องคำนึงถึงข้อจำกัด  หรือวิธีดำเนินการะงับข้อพิพาทภาคบังคับอื่น ๆ
            และข้อยกเว้นเกี่ยวกับประเภทข้อพิพาทที่กำหนดไว้
            ภายใต้อนุสัญญาฯ  ในการนี้  ศาลได้พิจารณาให้   ๔.๒.๓   การพิจารณาขอบเขตอำนาจศาล
            การติดต่อสื่อสารของจีนรวมถึง Position  Paper   อนุญาโตตุลาการถาวร

            เมื่อ ๗ ธันวาคม ค.ศ.๒๐๑๔ เป็นคำให้การแก้ฟ้อง       ข้อโต้แย้งของฟิลิปปินส์สนับสนุนว่าศาลอนุญา
            (Plea) ในประเด็นว่าศาลไม่มีอำนาจพิจารณาคำฟ้อง   โตตุลาการมีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาท
            (Claims)  ของฟิลิปปินส์   ซึ่งได้ตัดสินใจให้มีการ       ตามคำสั่งการดำเนินคดีฉบับที่  ๒  ฟิลิปปินส์

            นั่งพิจารณาประเด็นอำนาจศาลและการรับคำขอไว้     ต้องแสดงให้ศาลเห็นว่ามีข้อพิพาทเกี่ยวกับการตีความ
            พิจารณาในครั้งนี้ โดยหากศาลพิจารณาเห็นว่าศาล     หรือการใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมาย
            มีอำนาจพิจารณาส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของคำฟ้อง    ทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ ที่นำไปสู่การตั้งศาลอนุญาโตตุลาการ
            ของฟิลิปปินส์ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นเนื้อหาคดี  ตามข้อ  ๒๘๗  วรรคห้า  (อนุญาโตตุลาการตาม
            ต่อไป                                          ภาคผนวก ๗) โดยเงื่อนไขที่เกี่ยวกับพันธกรณีซึ่งรัฐภาคี
                  หนังสือชี้แจงจุดยืน (Position Paper) ของ  คู่พิพาทจะระงับข้อพิพาทระหว่างกันตามวิธีของตอนที่
            จีนอ้างว่าศาลอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจ ตามเหตุผล  ๑ ของภาค ๑๕ ได้ครบถ้วนแล้ว และลักษณะของ

            หลัก สรุปดังนี้                                ข้อพิพาทไม่เข้าข่ายในข้อยกเว้น หรือข้อจำกัดตามที่
                    สารัตถะของสาระสำคัญของอนุญาโตตุลาการนี้   ระบุไว้ในข้อ ๒๙๗ และ ๒๙๘ สรุป ดังนี้
            คือ ประเด็นอธิปไตยเหนือลักษณะทางทะเล (Maritime      (๑) คำแถลงของฟิลิปปินส์เป็นข้อพิพาททาง
            Features) ในทะเลจีนใต้ ซึ่งอยู่นอกขอบข่ายของ   กฎหมายระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนซึ่งต้องมีการตีความ
            อนุสัญญาฯ และไม่เกี่ยวข้องกับการตีความและการใช้  อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
            อนุสัญญาฯ                                      ค.ศ.๑๙๘๒ ได้แก่
                  จีนและฟิลิปปินส์มีข้อตกลง ในกรอบทวิภาค         ความเห็นต่างเกี่ยวกับที่มาของการอ้างสิทธิ์
            และ DoC ที่จะยุติข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องโดยวิธีเจรจา   ทางทะเล  โดยฟิลิปปินส์เห็นว่าสิทธิและพันธกรณี
            การริเริ่มอนุญาโตตุลาการนี้ของฟิลิปปินส์ จึงเป็นการ  ของฟิลิปปินส์และจีนได้ถูกระบุไว้ในอนุสัญญา

            ละเมิดพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ        สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ แล้ว
                                                           ดังนั้น การที่จีนอ้างว่ามีสิทธิทางประวัติศาสตร์ภายใต้



                                                             นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๕  พฤษภาคม ๒๕๕๙  45
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54