Page 55 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 55
ำ
ำ
บทสรุปของความเหมือนในระดับหลักการก็คือ สาหรับกรรมวิธีในการจัดทา “ข้อพิจารณาของ
ี
้
ั
ี
ศาสตร์ท้งสองถึงแม้ว่าจะมีเป้าหมายและลักษณะวิธีการ ฝ่ายเสนาธิการ” น บรรดาชาติท้งหลายท่มีความเจริญ
ั
ปฏิบัติท่แตกต่างกัน แต่กระบวนการคิดและการพัฒนา ทางการทหารในอดีต ก็คงจะมีรูปแบบการคิดของตัวเอง
ี
ี
ไปส่เป้าหมายกลับมีตรรกะท่เหมือนกันมาก กล่าวคือ ท่แตกต่างกันไป แต่สหรัฐอเมริกา ประเทศท่เกิดทีหลัง
ู
ี
ี
้
ื
็
่
ื
่
ำ
ั
ในขนแรกจะตองสรางความมนคงภายใน เพอใหเปน กลับมีความต่นตัวมากกว่า เพราะได้มีการจัดทา หลักนิยม
ั
้
้
้
ำ
รากฐานท่ม่นคงก่อน แล้วจึงเลือกหัวข้อการปฏิบัติต่อ ตารา บรรณสาร และค่มือสาหรับใช้ในกิจการทางทหาร
ี
ู
ั
ำ
ี
ื
ฝ่ายตรงข้ามท่เหมาะสมกับสถานการณ เพ่อนาไปส่ความ ออกมามากมาย โดยได้นำาเอา “ศาสตร์” สมัยใหม่เข้ามา
์
ู
ำ
ั
ี
ั
ำ
้
้
ึ
ิ
ั
สาเร็จในข้นสูงสุดท่เป็นยอดปรารถนา เช่นเดียวกันท้ง เสรมเปนตวชวยอกดวย จงทาใหบรรดาชาตเลก ๆ ทงหลาย
็
้
ี
ั
็
ิ
ำ
่
ั
ฝ่ายยุทธศาสตร์และพุทธศาสตร์ (จบตอนที่ ๑) ต่างพากันยึดถือเป็นสรณะ (รวมท้งประเทศไทยด้วย)
้
ั
ิ
หลกการทา “ขอพจารณาของฝายเสนาธการ” ของไทย
่
ำ
ิ
ความเหมือนในระดับปฏิบัติการ : เป็นบทสุดท้าย จึงถือเอาของสหรัฐอเมริกา เป็นแม่แบบ
ิ
ี
ของการวิเคราะห โดยผ้เขียนขอเร่มท่ฝ่ายทหารก่อน
์
ู
เช่นเดียวกับที่ผ่านมาดังนี้ :-
ในระดับปฏิบัติการ บทบาทของฝ่ายทหาร
โดยเฉพาะตัวผู้ที่เป็นหัวหน้าหน่วย ก็คือการ “ตัดสินใจ”
หรือการทา “ข้อตกลงใจ” ในการแก้ปัญหา อันม ี
ำ
“ศาสตร์” ของมันโดยเฉพาะ ถ้าเป็นการรบในยุทธการ
ขนาดใหญ่ที่จะต้องคิดให้หนัก คิดให้รอบคอบ รอบด้าน
ิ
เพอลดความเส่ยง ก็จะมีกรรมวธีการคดโดยเฉพาะ
ื
่
ิ
ี
ท่เรียกว่า “การประมาณสถานการณ์ของผ้บังคับบัญชา”
ี
ู
(Commander’s Estimation of the Situation)
ี
แต่ถ้าเป็นงานหรือปัญหาท่มิใช่การรบโดยตรง
ื
ี
แม้จะไม่ใช่เร่องเส่ยงเป็นเส่ยงตาย แต่ก็ดูว่าเป็นเร่อง การเขียน “ข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ/ฝ่ายอานวยการ”
ื
ี
ำ
ี
ี
ี
ุ
ท่ตัดสินใจยาก เพราะมีปัญหาท่ย่งยาก สลับซับซ้อน (Staff Study) คืองานสําคัญของนายทหารท่ทําหน้าท ี ่
หรือเก่ยวพันกันกับหลายหน่วย ตัวผ้บังคับบัญชาหรือ ฝ่ายเสนาธิการของแม่ทัพ หรือฝ่ายอํานวยการของหน่วย
ี
ู
หัวหน้าหน่วย ก็อาจจะมอบให้นายทหารฝ่ายเสนาธิการ (ในภาพ นายทหารฝ่ายอํานวยการของ กองการฝึกกองเรือยุทธการ)
ี
ั
้
้
่
ั
หรือฝ่ายอานวยการ (Staff officer) ของท่าน ไปคิด กระบวนการดงกลาวเรมตนในขนตอนแรกทการ
ำ
ิ
่
่
หาคาตอบมานาเสนอ (ภาษาทหารเรียก “โยนเร่อง”!) “ตีปัญหาให้แตก” ด้วยการหาคาตอบให้ได้ว่า......
ำ
ื
ำ
ำ
แต่คาตอบนจะต้อง “ตอบโจทย์” และมข้อเสนอแนะ ที่สุดแล้ว “ปัญหาคืออะไร ?” หรือ “ปัญหาอยู่ที่ไหน ?”
ี
ำ
ี
้
ู
ั
ื
เพ่อให้ผ้บังคับบัญชาสามารถส่งการได้พร้อมสรรพใน มีองค์ประกอบท่เป็นความสลับซับซ้อนมากแค่ไหน ?
ี
่
ี
ำ
ี
ั
ิ
ำ
คร้งเดียวเลย กระบวนการน้เรียกว่า การทา “ข้อพจารณา และทสาคัญท่สุดก็คือ “อะไรคือตัวต้นเหตุของปัญหา ?”
ี
ิ
้
ี
่
ั
้
ื
้
้
้
ของฝ่ายเสนาธิการ/ฝ่ายอำานวยการ” (Staff Study) ทจะตองสบคนออกมาตแผใหได มฉะนนกระบวนการ
ี
่
ซ่งผ้เขียนมองเห็นว่า “ศาสตร์” ของกระบวนการน ี ้ ในขั้นต่อ ๆ ไปก็อาจจะ “หลงทาง”
ู
ึ
ี
ี
ำ
น่าจะพอไปกันได้กับ “ศาสตร์” ของฝ่ายธรรมะใน คาถามเหล่าน้ดูง่าย ๆ แต่การท่จะค้นคว้าหาคาตอบ
ำ
ั
ระดับเดียวกัน จึงขอเลือกเป็นหัวข้อในการพิจารณา ให้ได้อย่างถูกต้องชัดเจนน้น ไม่ใช่ของง่าย ! เพราะจะต้อง
เปรียบเทียบหาความเหมือนต่อไป มีการสืบเสาะ แสวงหา รวบรวม และศึกษาข้อเท็จจริง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 53

