Page 59 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 59
ึ
“สูตรเด็ด ๗ ขั้นตอน” เริ่มตั้งแต่ การ... (มัชฌิมาปฏิปทา) คือไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป อน่งหลัก
่
่
ิ
ี
ี
ื
์
ำ
้
๑. วิเคราะห “ปัญหา”; ๒. ศึกษา “ข้อมูล”; ๓. เพ่มพูน “ทางสายกลาง” นเอง ทฝ่ายทหารและการเมองไดนามา
“วิธี”; ๔. ทดสอบ “สามตี้” (Suitability, Feasibility ใช้บ่อยครั้ง ในสถานการณ์ที่ สับสน อ่อนไหว ไม่แน่นอน
และ Acceptability); ๕. เปรียบเทียบ “ข้อดี – ขอเสีย”; เสี่ยงอันตราย หรือต้องการการประนีประนอม จึงถือได้
้
๖. เคลียร์ “ข้อยุติ”; และ... ๗. ตั้งดำาริ “เสนอแนะ” ว่าสอดคล้องกันทั้งสองฝ่าย
้
ำ
ั
ี
้
ั
ี
ู
ี
่
ี
ท้งน้ผ้เขียนจะขอใช “สูตรเด็ด” น เป็นฐานในการอ้างอง ิ ขอนาเข้าส่สูตรเด็ดข้นตอนท ๔ ท่ถือว่าเป็นหัวใจ
ู
ำ
ื
เพ่อวิเคราะห์หาความเหมือน หรือความสอดคล้องกันกับ ของการทาข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ ก็คือเกณฑ ์
ู
ี
หลักธรรมในพระพุทธศาสนา ต่อไป การทดสอบ “สามต้” ซ่งผ้เขียนจาต้องขออธิบายความ
ึ
ำ
ในสองข้นตอนแรกท่เหมือนกันอย่างสมบูรณ์ก็คือ หมายโดยสังเขปดังนี้ :-
ั
ี
ั
่
ั
้
ั
์
ิ
ี
ื
่
ี
์
่
ั
หลกคดของทงสองฝาย ในการวเคราะหทตวปญหาเพอ “ต้ท ๑ :” คือเกณฑ “ความเหมาะสม” (Suitability)
ิ
่
ี
ี
ี
“ตีปัญหาให้แตก” แล้วสืบหาข้อมูลท่เก่ยวข้องกับ เพื่อทำาการคัดกรองทางเลือกทั้งหมดเป็นด่านแรก ว่าทุก
ื
ตัวปัญหา ต่อด้วยการอภิปรายเพ่อนาไปส่การหาหนทาง ทางเลือกสามารถ “ตอบโจทย์” คือสามารถแก้ปัญหา
ำ
ู
ปฏิบัติท่เป็นไปได ในการแก้ไขท่ตัว “ต้นเหตุ” ของปัญหา ที่ตัวต้นเหตุได้หรือไม่ ? ถ้าได้จึงจะปล่อยผ่านไปสู่เกณฑ์
้
ี
ี
(“สูตรเด็ด” ข้นตอนท ๑. และ ๒. ของฝ่ายทหาร) การพิจารณาใน “ตี้ที่ ๒” ต่อไป
่
ั
ี
่
ซ่งสอดคลองกับหัวข้อธรรม ๒ ข้อแรกของอริยสัจ ๔ “ต้ท ๒ :” คือเกณฑ “ความสามารถกระทาได้”
้
ำ
ี
ึ
ี
์
ที่เจ้าชายสิทธัตถะค้นพบได้ในคืนวันตรัสรู้ นั่นก็คือ ทุกข์ (Feasibility) หมายถึงว่า หนทางปฏิบัติท่เลือกน้จะต้อง
ี
ี
(ตัวปัญหา) และ สมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) น่นเอง สามารถกระทาให้สาเร็จได ด้วยศักยภาพหรือเคร่องไม ้
ื
ำ
้
ำ
ั
ี
เป็นความเหมือนท่ไม่มีใครลอกใคร หากแต่เป็นความ เครื่องมือที่ตัวเองมีอยู่ หรือถ้ายังไม่มีอยู่ในขณะนั้น ก็อยู่
เหมือนที่เกิดมาจากตรรกะวิธีคิดของแต่ละฝ่าย โดยฝ่าย ในวิสัยท่จะสามารถแสวงหามาได้ด้วยตัวเองในภายหลัง
ี
ั
ทหารใช้ตรรกะของศาสตร์สมัยใหม ส่วนทางฝ่ายพุทธะน้น ถ้าไม่มี หรือไม่ได้ ก็ไม่ผ่าน
่
่
เจ้าชายสิทธัตถะใช้การเจริญสมาธิวิปัสสนา ซ่งก็ได้ผล “ตท ๓ :” คอเกณฑ “ความสามารถยอมรบได”
ั
้
ี
์
ื
้
ึ
ี
ออกมาเหมือนกัน ต่างกันท่ว่าทางฝ่ายทหารเพ่งจะคิดได ้ (Acceptability) คือการกล่นกรองทางเลือกท่เหลืออย ู ่
ั
ี
ิ
ี
็
่
ุ
ี
ึ
ื
ี
เมอไมถง ๑๐๐ ป มานเอง ในขณะททางฝายพระนน ในประเดนของ ความคมคาในการลงทน โอกาสเสยง
่
่
่
ุ
้
่
้
ั
ี
ี
่
่
ี
้
ี
ั
้
สองข้นตอนแรกน ได้เป็นหัวข้อธรรมช้นสูงสุดของ ต่อความล้มเหลว หรือปัจจัยเวลาท่ต้องใช เป็นต้น
ั
ี
ุ
ำ
การดับทุกข์ เมื่อ ๒,๖๐๐ ปีมาแล้ว ! เกณฑ์ผ่านข้อน้ค่อนข้างย่งยากซับซ้อนทาให้ตัดสินยาก
ั
ิ
่
ำ
ี
มาถึงสูตรเด็ดข้นตอนท ๓ คือการ “เพ่มพูนวิธี” จึงจาเป็นท่จะต้องนาเอาศาสตร์สมัยใหม เข้ามาเป็นตัว
ำ
ี
่
ได้แก่การระดมความคิดหาหนทางปฏิบัติในการแก้ปัญหา ช่วยในการวิเคราะห์หาคำาตอบด้วย
ี
้
(ท่ตัวต้นเหตุ) ทุกทางเลือกเท่าท่จะหาได หรือคิดออก ข้างฝ่าย “ชาวพุทธ” นั้น มีบทสวดสำาคัญบทหนึ่ง
ี
ฝ่ายทหารไม่มีปัญหาเพราะได้มีการศึกษาข้อมูลรอบ ท่เป็นบทเร่มต้นของการสวดมนต์ท้งมวล ได้แก่บท
ิ
ี
ั
ู
ด้านอย่างเป็นระบบ เสริมด้วยตรรกะวิธีคิดท่ทันสมัย สรรเสริญพระธรรมคุณ ท่พระผ้มีพระภาคเจ้าได้ทรง
ี
ี
ทางเลือกท้งหลายจึงชัดเจนเป็นรูปธรรม ในขณะท ่ ี บัญญัติไว้ (ธัมมาภิถุติ) เป็นบทสวดสั้น ๆ เพียง ๖ ท่อน
ั
ั
ั
ี
เจ้าชายสิทธัตถะต้องใช้การเจริญวิปัสสนากรรมฐานข้นสูง ท่ยืนยันประสิทธิผลของพระธรรม อันมีเน้อหาเกือบท้งบท
ื
ทางเลือกทั้งหลายจึงมีลักษณะเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ ท่สอดคล้องกับกระบวนการทดสอบเกณฑ์ผ่าน
ี
ซ่งจะสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัต หรือญาณวิเศษ (ในข้นตอนท ๔) ของฝ่ายทหารมากท่สุด ผ้เขียนจึงขอนา ำ
ิ
ู
ั
ี
่
ึ
ี
ำ
ี
เท่านั้น แต่ในที่สุดพระองค์ก็ทรงสามารถค้นพบทางเลือก บางส่วนบางตอนของบทสวดมนต์น้มานาเสนอ พร้อม
ี
ี
ี
ใหม่ท่เหมาะสมท่สุด ทมีลักษณะเป็นทางสายกลาง ทั้งคำาแปลและการวิเคราะห์ประกอบโดยสังเขป ดังนี้ :-
่
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 57

