Page 58 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 58

ั
                                    ำ
                          ี
            หาหนทางปฏิบัติท่เหมาะสม  สาหรับประชาชนคนท่วไป
            จนกระทั่งรุ่งสาง
                มีชาวบ้าน  พ่อ – ลูก สองคนพายเรือผ่านมา
                                           ั
                    ั
                          ี
             ู
            ผ้เป็นพ่อน่งพายท่ท้ายเรือ ส่วนลูกชายน่งดีดพิณอินเดีย
                               ี
                                             ี
                                                   ู
            อย่างสบายอารมณ์อย่ท่หัวเรือ เสียงพิณท่ระคายหปลุก
                             ู
                                                 ู
                                  ิ
            พระองค์ออกจากภวังค์สมาธ  จึงได้ยินเสียงของผ้เป็นพ่อ
            กล่าวแนะนำาลูกชายว่า...... “ลูกเอ๋ย สายพิณของเจ้ามัน
                                          ั
            หย่อน เกินไปจึงไม่เป็นเพลง เจ้าควรต้งเสียใหม แต่จง
                                                 ่
                                                     ้
               ั
                          ้
            ระวง ! อย่างขึงให ตึง เกินไปมันจะขาด เล่นต่อไปไม่ได !”
                ถ้อยคำาสั้น ๆ ๓ ประโยคนี้เปรียบประดุจแสงสว่าง
                          ี
            ในยามร่งอรุณ ท่ฉายเข้าส่พระเนตรของพระองค์ท่าน
                   ุ
                                 ู
            ความวิตกกังวลหมดส้นไป  หนทางปฏิบัติอันเป็น
                               ิ
                                           ั
                    ี
                            ำ
            ทางเลือกท่เหมาะสมสาหรับสามัญชนคนท่วไป  พระองค์ได ้
              ู
                                   ั
            “ร้แจ้ง” อย่างชัดเจนแล้ว น่นก็คือ “ทางสายกลาง”
            (มัชฌิมาปฏิปทา) อันเหมาะสม ๘ ประการ (หรือมรรค ๘)
                            ั
              ั
            น่นเอง ! หลังจากน้นพระองค์ก็ได้เจริญสมาธิภาวนา
                                                  ั
                                 ี
            ต่อไป เพ่อทบทวนทุกส่งท่พระองค์ค้นพบ จนม่นใจว่า
                    ื
                               ิ
            ด้วยหลักธรรมนี้จะไม่มีความทุกข์ใจใด ๆ สามารถเข้ามา
                                                 ู
            รังควานท่านได้อีกต่อไป เท่ากับว่าพระองค์ได้เข้าส่สภาวะ   ในช่วงเช้าตรู่ของวันเพ็ญขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๖ (เดือนวิสาขะ)
            ของ“การหลุดพ้น” จากสังสารวัฎโดยส้นเชิงแล้ว (หมายถึง   เมื่อ ๒๖๐๓ ปีที่แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้
                                         ิ
            การสำาเร็จเป็นพระอรหันต์ ซึ่งจะรู้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น)   “พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ” เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
            พระองค์จึงได้ทรงเปล่งวาจาว่า “เราตถาคต (ผ้ดับไม่เหลือ)   และ เข้าสู่สภาวะของการ “ดับไม่เหลือ” อย่างสมบูรณ์
                                              ู
            ได้เกิดขึ้นแล้ว  และนี้จะเป็นการเกิดครั้งสุดท้าย !”   เป็นการ “เกิด – รู้แจ้ง – ดับไม่เหลือ” พร้อมกัน (ในทางธรรม !)
                ในความหมายทาง “ธรรม” : เมื่อ ๒๖๐๓ ปีก่อน       มาถึงจุดน้ผ้เขียนม่นใจว่าท่านผ้อ่านคงจะได้รับ
                                                                       ี
                                                                        ู
                                                                                        ู
                                                                              ั
                                              ำ
            พุทธกาล ในเช้าตร่ของวันเพ็ญข้น ๑๕ ค่า เดือน ๖    ข้อมูลพ้นฐานมากเพียงพอ ท่จะมาทาการวิเคราะห์หาจุด
                            ู
                                      ึ
                                                                                ี
                                                                 ื
                                                                                      ำ
                  ั
                      ำ
                  ่
            ณ ริมฝงแม่น้าเนรัญชรา เจ้าชายสิทธัตถะได้ตายไปจากโลก  เหมือนของศาสตร์ทั้งสองได้แล้ว และผลการวิเคราะห์นี้
            พร้อมกับการเกิดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า    นาจะใกลเคียงความจรงมากท่สด เพราะในรูปแบบของ
                                                                  ้
                                                            ่
                                                                            ิ
                                                                                  ี
                                                                                   ุ
                                ั
                                                      ั
                                         ู
            ในช่วงของการเปล่งวาจาน้น (การตรัสร้) และพร้อมกันน้น   การทา  “ข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ”  (หรือ
                                                                ำ
            สภาวะของการ  “ดับไม่เหลือ”  (หรือ  “นิพาน”)    Staff Study) นน ในทางปฏบตกถอวาฝ่ายทหาร
                                                                                            ่
                                                                                       ิ
                                                                                    ิ
                                                                                      ั
                                                                                        ็
                                                                         ั
                                                                                         ื
                                                                         ้
                                       ่
             ็
                                               ี
                                       ั
            กเกดตามมาในเวลาเดยวกนนนเอง  นกคอการ            ได้วางศาสตรา แล้วหันมาใช้ปากกาและปัญญาเป็นอาวุธ
                                 ี
                                    ั
                ิ
                                                  ื
                                               ่
                                                ็
            “เกิด” – “ร้แจ้ง” และ “ตาย” พร้อมกันไปเลย      เช่นเดียวกับฝ่ายพระแล้ว
                        ู
            ในทางธรรมหรือทางจิตวิญญาณ ส่วนใน ทาง “โลก”         ขอเร่มด้วยการทบทวนกระบวนการทา Staff Study
                                                                  ิ
                                                                                           ำ
              ั
                         ำ
                        ี
                                             ั
            น้น ช่วงเวลาท่สาคัญของพระองค์ท่านท้ง ๓ สถานะ      ของฝ่ายทหารก่อน กรรมวิธีทั้ง ๗ ขั้นตอนตามที่ผู้เขียน
            ก็คงต่างกันไปตามที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นพุทธประวัติ  ได้อธิบายมาแล้วนั้น สามารถย่อยให้กระชับได้เป็นวลีว่า
            56    นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๒  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63