Page 43 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 43
ี่
พระองค์ทเคยเสด็จ เยือนยุโรปก่อนหน้านั้นซึ่งไปเยือนโดยไม่พยายามท าความเข้าใจในวิธีคิดของคนยุโรป แต่
ึ่
รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปยังประเทศต่างๆ อย่างอสระ ไม่พงพาใคร มีเรือพระที่นั่ง (เรือพระที่นั่งมหาจักรี)ไปเอง
ิ
หากรัฐบาลใดยินดีต้อนรับก็จะตอบรับน้ าใจนั้น เมื่อเสด็จฯ ไปที่ใดก็จะพระราชทานเงิน ให้กับคนจน
โดยจุดแรกที่ท าให้ทรงได้รับการตอบรับอย่างดีจากเจ้าบ้านคือการที่ทรงปรากฏพระองค์ในลักษณะที่ไม่แปลก
ั
แยก ทรงฉลองพระองค์แบบยุโรป และทรงตรัสภาษาองกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว สิ่งส าคัญที่ท าให้ทรงได้รับ
่
การยอมรับว่าเท่าเทียม คือทรงมีพระราชจริยวัตรที่ออนโยน นุ่มนวล วางพระองค์อย่าง สง่างาม รักษาพระ
เกียรติยศแห่งพระมหากษัตริย์แห่งสยาม รวมทั้งยังทรงปฏิบัติพระองค์และโต้ตอบชาวยุโรปได้อย่างเฉียบคม
และทันเหตุการณ์ ทรงมีความรอบรู้ในวัฒนธรรมยุโรปอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง เป็นที่ยอมรับของพระราชส านัก
ยุโรปทุกแห่ง ท าให้มีผลทางการเมืองและวัฒนธรรมอนมี นัยส าคัญต่อความอยู่รอดของสยามในระยะยาว
ั
ต่อมา (ภายหลังจากการเสด็จประพาสยุโรปแล้ว พระเจ้าแผ่นดิน และผู้แทนของประเทศต่างๆ ได้ เสด็จมา
เยี่ยมเยือนประเทศไทย เป็นการตอบแทน และกระชับสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นและยั่งยืน)
ภาพประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2
ณ พระราชวังปีเตอร์ฮอล์ฟ
การเสด็จรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ก่อเกิดประโยชน์มหาศาลกับ
ประเทศไทยอันส่งดีต่อการรักษาเอกราชของชาติไทย เพราะรัสเซียในยุคนั้นสัมพนธไมตรีกับอกฤษและฝรั่งเศส
ั
ั
เกิดปัญหาความไม่พอใจแก่กันหลายด้านหลายประการ และการที่ไทยเรามีมิตรสหายอย่างรัสเซียท าให้ทั้ง 2
ชาติ คือองกฤษและฝรั่งเศสไม่กล้ายึดครองชาติไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีความสนิม
ั
สนมคุ้นเคยกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ตั้งแต่พระองค์ทรงเป็นมงกุฎราชกุมาร ทรงเคยเสด็จประพาสประเทศ
ไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้การต้อนรับดุจราชอาคันตุกะอนทรงเกียรติ ยิ่งใหญ่ทั้ง
ั
ิ
ที่กรุงเทพฯ และบางปะอน เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จรัสเซีย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จึงได้จัดการรับเสด็จฯ
สมเด็จพระพทธเจ้าหลวงอย่างสมพระเกียรติ ดังที่สยามเคยจัดการรับรองพระองค์อย่าง ทรงถือว่าล้นเกล้าฯ
ุ
รัชกาลที่ 5 นั้นเป็นดั่งผู้คนในครอบครัว ดังปรากฏพระราชหัตถเลขา พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภา
ผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ผู้ส าเร็จราชการแผ่นดินในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม
ร.ศ.116 เล่าถึงความสนิมชิดเชื้อของทั้งสองราชวงศ์ ถึงขนาดที่ “เอมเปรสส์” หรือสมเด็จพระราชชนนีของ
พระเจ้าซาร์ รับพระองค์เป็นลูก ดังได้คัดมาตอนหนึ่งนี้ว่า“เอมเปรสส์เกือบจะทรงกรรแสง สั่งแล้วสั่งเล่า รับ

