Page 42 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 42
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชเทว ผู้ส าเร็จราชการแผ่นดิน
ี
การเสด็จประพาสต่างประเทศ ในขณะที่เสวยราชสมบัติระยะไกลเป็นเวลาเช่นนั้น นับเป็นครั้งแรกจึงได้
ทรงออกพระราชก าหนด ตั้งผู้ส าเร็จราชการแผ่นดินรักษาพระนคร ซึ่งผู้ส าเร็จราชการแผ่นดินครั้งแรกนี้ ได้แก่
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ (ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรม
ราชเทวี) ซึ่งครั้งนั้นทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฏราชกุมาร (พระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6) กับทรงตั้งที่ปรึกษาล้วนแต่เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอชั้นผู้ใหญ่ 4 พระองค์ คือพระ
้
เจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ 1 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟาภาณุ-รังษีสว่าง
ั
วงศ์ กรมพระภาณุพนธุวงศ์วรเดช 1 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ 1 พระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหมื่นด ารงราชานุภาพ 1 กับมีข้าราชการชาวต่างประเทศ ซึ่งจ้างมารับราชการในประเทศไทยครั้งนั้น คือ
โรลังยัคมินส์ ชาวเบลเยี่ยม ซึ่งได้บรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาอภัยราชา ร่วมด้วยอีก 1 ท่าน
ื่
ในการเสด็จประพาสครั้งแรกนี้ เป็นไปเพอประเทศชาติอย่างแท้จริง ได้เสด็จฯ เพอท าความเข้าใจ
ื่
ร่วมกันกับชาติที่คุกคามไทย ดังการเจรจาโดยตรงกับผู้น าฝรั่งเศสเพอยุติปัญหาความขัดแย้งในกรณี
ื่
วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ.2436) ซึ่งน ามาสู่ข้อตกลงในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ร.ศ.122 (พ.ศ.2446)
รวมทั้งเพื่อแสวงหาชาติพันธมิตร มาช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศไปในตัวด้วย
รัชกาลที่ 5 เสด็จ ประพาสยุโรปครั้งแรกใน ร.ศ. 116 หรือ พ.ศ. 2440 พระองค์เสด็จออกจากประเทศ
ุ
ุ
ไทย เมื่อวันที่ 7 เมษายน พทธศักราช 2440 ถึงวันที่ 16 ธันวาคม พทธศักราช 2440 ใช้เวลา ประมาณ 9
ั
เดือน ตั้งแต่เดือน เมษายน - ต้นเดือนธันวาคม ทรงเจริญสัมพนธไมตรีกับนานาประเทศกว่า 10 ประเทศ
ั
ิ
ได้แก่ อตาลี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ องกฤษ เยอรมนี รัสเซีย สวีเดน
ิ
เดนมาร์ก สเปน และโปรตุเกส ในการเสด็จประพาสครั้งนั้น ได้สองมหามตรที่ส าคัญคือรัสเซียและเยอรมนี
การเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกนั้นได้รับผลทางการเมืองเป็นรูปธรรมบ้าง แต่ไม่ชัดเจนทันทีที่จะขจัดปัญหา
การรุกรานได้ แต่ประสบความส าเร็จอย่างยิ่ง ในด้านนามธรรมหรือด้านจิตวิทยาที่ท าให้ยุโรป ประจักษ์ใน
ความศิวิไลซ์ของพระมหากษัตริย์แห่งสยามและชาวสยาม โดยราชส านักยุโรปได้ยกย่องนับถือ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฐานะพระมหากษัตริย์แห่งเอเชียที่ "เท่าเทียม" ต่างจากกษัตริย์จากเอเชียหลาย

