Page 62 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 62

๕๖                                                              จิปาถะสาระ


       มรณสติ
                                                  ่
                                        ุ
                                              ็
                                                             ั
              ด ้วยเหตุนี้มรณสติหรือมรณานสติจึงเปนสิงส าคัญส าหรบชาวพุทธ
                                                    ่
                        ุ
                                               ่
                                  ็
       มรณสติหรือมรณานสติ  จัดว่าเปนกรรมฐานหนึงในสีสิบ  ที่พระอรรถกถาจารย์
                                 ่

                              ็
       ได ้รวบรวมเอาไว ้   และเปนสิงที่เราทุกคนควรจะน้อมนามาประพฤติมาปฏิบัติ
       ถ ้าหากว่าเราละเลยมรณสติ  พยายามหนีความตาย  พยายามปฏิเสธความตาย
       เราก็จะต ้องถูกความตายน้นคุกคาม  ไม่ใช่แค่คุกคามชีวิตแต่คุกคามถึงจิตใจ
                             ั
       ความตายก็เลยกลายเปนศัตร  แต่ในทางตรงกันข ้ามถ ้าเราระลึกถึงความตาย
                                ู
                           ็
       อยู่เสมอ เจริญมรณสติอยู่เปนประจา จนกระทั่งคุ ้นชินกับความตายที่จะเกิดขึ้น
                               ็

                                                                        ็
                          ั
       กับเราหรือกับคนที่เรารก ความตายก็จะกลายเปนมิตร กลายเปนครู กลายเปน
                                                            ็
                                               ็

                          ็
                                                              ่
       อาจารย์  ที่จะเคี่ยวเขญเราให ้ใช ้ เวลาทุกนาทีอย่างมีคุณค่า  ซึงจะช่วยทาให ้
       เราเข ้าใกล ้ธรรมะหรือเข ้าใกล ้จุดหมายสูงสุดในฐานะชาวพุทธที่แท ้จริง
              มรณสติไม่ใช่เปนเพียงแค่การนึกถึงความตายที่เกิดขึ้นกับตัวเราเท่า
                           ็
        ั
               ็
       น้น นนเปนส่วนแรกของมรณสติ มรณสติมีสองส่วน ส่วนแรก คือ การระลึกถึง
            ั่
                                                 ั
                                    ่
       ความจริงว่า  เราต ้องตายอย่างแนนอน  แต่เท่าน้นยังไม่พอ  ต ้องระลึกต่อไป
                                                                        ็
       ด ้วยว่า  เราสามารถจะตายได ้ทุกโอกาส  สามารถจะตายได ้ทุกเมื่อ  แม ้ยังเปน
                                                      ็
                                                                    ่
                                                            ่
       หนมเปนสาวอยู่ก็ตาม  ส าหรับคนส่วนใหญ่ความตายเปนสิงทีแย่  แต่ทีแย่กว่า
                                                         ่
             ็
         ุ่
                                                       ุ่
        ั
                                                          ี้
       น้นก็คือเราไม่ร้ว่าเราจะตายเมื่อไร อาจจะคืนนี้ อาจจะพรงนก็ได ้
                   ู
                                                              ุ่
              ทีนี้ก็ต ้องพิจารณาต่อไปว่า  ถ ้าเราตายในวันนี้หรือวันพรงนี้จริงๆ  เรา
                            ี้
       เตรียมใจพร้อมหรือยัง นคือส่วนที่สองของมรณสติ คือการถามใจตัวเองว่า ถ ้า
                                                        ั
                                                           ่
       จะต ้องตายในวันนี้หรือวันพรงนี้ เราทาความดีมาพอหรือยง สิงส าคัญที่ควรทา


                               ุ่
                                                       ่
       เราได ้ทาหรือยัง  รวมไปถึงว่าเราพร้อมทีจะปล่อยวางสิงที่เรามีเราเปน  หรือ

                                                                  ็
                                           ่
                 ั
                                                                        ั

       เปล่า  ในปจฉิมพุทธโอวาทพระองค์ก็ตรัสทานองนี้ว่า   “สังขารทั้งหลายน้น
                      ็
       มีความเสือมไปเปนธรรมดา  ท่านทั้งหลายจงท าความไม่ประมาทให ้ถึงพร้อม
               ่
                                                             ฺ
                                                       ฺ
                       ฺ
                                ฺ
                                                                      ฺ
       เถิด” (วยธมมา  สงขารา  อปปมาเทน  สมปาเทถ  วยธมมา  สงขารา  อปปมา
                 ฺ
                                           ฺ
                                             ่
       เทน  สมปาเทถ)  สังขารทั้งหลายมีความเสือมไปเปนธรรมดา  น้นคือทุกชีวิต
              ฺ
                                                    ็
                                                               ั
       ต ้องตาย   ดังน้นจะต ้องเร่งทาท าความเพียรให ้เต็มที่   อย่าปล่อยเวลาให ้

                      ั
       ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ เห็นได ้ว่าพระองค์จะไม่ตรัสถึงความตายเฉย ๆ
       แต่จะเตือนให ้เร่งท าความดีควบคู่ไปด ้วย  หรือไม่ก็ให ้ถามตัวเองว่า  เราท า
       ความดีมามากน้อยเพียงใด

       มรณสติในชีวิตประจ าวัน
                                                             ั
              ทีนี้ขอให ้โยงกลับมาถึงเรื่องการด าเนินชีวิตในยุคสมัยปจจุบัน   การ
                          ่

                       ่
       เจริญมรณสติเปนสิงทีเราควรทาอยู่เสมอ     เพื่อเราจะได ้ไม่อยู่แบบลืมตาย
                    ็
       ใหม่ ๆ การเจริญมรณสติอาจจะเกิดจากการได ้ยินได ้ฟงพระสงฆ์หรือครูบาอา-
                                                     ั
       จารย์ท่านพูดอย่างนี้  หรืออ่านพระไตรปฎกได ้พบข ้อความอย่างนี้  เราฟงแล ้ว
                                                                     ั
                                         ิ
                                                   ี้
                                       ั
       อ่านแล ้วก็จ าเอาไว ้ แต่การได ้ยินได ้ฟงได ้อ่านเท่านยังไม่พอจะต ้องน้อมระลึก

       อยู่เสมอ   การน้อมระลึกหรือการเจริญมรณสติทาได ้หลายอย่าง  อย่างหนึ่งที่
   57   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67