Page 373 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 373

อัลคีน (alkene)                                                                 345


                       เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องการหมุนรอบแกนของพันธะคู่นี้ จึงทำให้พวกอัลคีนไม่ได้แสดงคุณสมบัติคอน
                       ฟอร์เมอร์ออกมา แต่จะสามารถมีคู่ไดแอสเตอริโอเมอร์กันได้ นั่นคือ ซิส (cis) และ ทรานส์ (trans)
                       ตัวอย่างเช่น but-2-ene จะสามารถแสดงไอโซเมอร์แบบซิสและทรานส์ได้ แต่พวกมันไม่สามารถ
                       เปลี่ยนกลับไปกลับมาจากซิสเป็นทรานได้ หากในปฏิกิริยาเกิดสารผลิตภัณฑ์เป็น ซิส ก็จะได้ซิส ไม่

                       สามารถเปลี่ยนเป็นทรานส์ได้ ดังแสดง



















                        ซิสไอโซเมอร์ คือ หมู่แทนที่เกาะที่พันธะคู่ชี้ไปฝั่งเดียวกัน
                        ทรานส์ไอโซเมอร์ คือ หมู่แทนที่เกาะที่พันธะคู่ชี้ไปคนละฝั่งกัน


                       cis-but-2-ene และ trans-but-2-ene เป็นสเตอริโอไอโซเมอร์ซึ่งกันและกัน โดยสารทั้งสองไม่ได้

                       เป็นภาพสะท้อนในกระจกและซ้อนทับกันไม่สนิทจึงมีความสัมพันธ์กันเป็น ไดแอสเตอริโอเมอร์กัน
                              หากในกรณีที่หมู่แทนที่มาเกาะรอบ ๆ พันธะคู่ มีตั้งแต่ 3 หมู่ขึ้นไป จะเริ่มใช้ระบบการอ่าน
                       ชื่อด้วยระบบ E และ Z แทนระบบซิสและทรานส์ ซึ่งได้กล่าวไว้ในบทที่ 2 หัวข้อ 2.4.4 หัวข้อย่อย B
                              อย่างไรก็ตามในบทนี้จะแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ ส่วนแรกจะกล่าวถึงการเตรียมอัลคีนจาก

                       สารอัลคิลเฮไลด์ผ่านปฏิกิริยาการขจัด ปฏิกิริยาการเตรียมอัลคีนจากแอลกอฮอล์โดยมีกรดเป็นตัวเร่ง
                       ปฏิกิริยา ในส่วนที่สองจะกล่าวถึง ปฏิกิริยาของอัลคีน อาทิ ปฏิกิริยาการแทนที่ที่พันธะคู่ได้เป็นสาร
                       ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปฏิกิริยาไฮโดรโบเรชัน-ออกซิเดชันของอัลคีน และปฏิกิริยาออกซิเดชันของอัลคีน
                       รวมไปถึงกลไกในการเกิดปฏิกิริยาในแต่ละขั้นตอนด้วย



                       7.2 สมบัติทางกายภาพของอัลคีน

                            (Physical properties of alkenes)
                              อัลคีนจัดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ดังนั้นแรงระหว่างโมเลกุลจึงเป็นแรงลอนดอน ทำ

                       ให้จุดเดือด จุดหลอมเหลวแปรผันตามน้ำหนักโมเลกุล นั่นคือ ยิ่งน้ำหนักโมเลกุลเพิ่มขึ้นจุดเดือด จุด
                       หลอมเหลวก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง
   368   369   370   371   372   373   374   375   376   377   378