Page 463 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 463

อัลไคน์ (alkyne)                                                                435


                       ส่วนการเกิด tautomerization ในสภาวะเบส จะมีกลไกการเกิดปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องสองขั้นตอน คือ

                       การขจัด Hที่ตำแหน่ง OH ของอีนอลออก และการเติม H ที่คาร์บอนอะตอมที่ติดกับ C=O ดังแสดง
                       ในภาพที่ 8.9 อย่างไรก็ตามผู้ศึกษาสามารถศึกษาการฝึกเขียน tautomer จากอีนอลไปเป็นคีโตนได้
                       จากตัวอย่างที่ 8.9


                        Mechanism 8.9 | tautomerization ในสภาวะเบส













                                                                             การเติม H ที่คาร์บอน
                               การขจัด H ที่ตำแหน่ง
                               OH ของอีนอลออก                                อะตอมทีติดประจุลบ


                       ภาพที่ 8.9 การเกิด tautomerization ในสภาวะเบส


                                     8.5.4B กลไกการเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชันของอัลไคน์
                                              กลไกการเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชันของอัลไคน์นี้จะคล้ายคลึงกับปฏิกิริยาไฮเดร
                       ชันของอัลคีน ปฏิกิริยาที่จะใช้ประกอบการอธิบายกลไกนี้จะใช้ปฏิกิริยาทั่วไป ดังแสดง












                       กลไกการเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชันของอัลไคน์นี้แสดงในภาพที่ 8.10 ใน โดยใน step [1] พันธะไพน์จะ
                       ทำหน้าที่เป็นนิวคลีโอไฟล์จับกับ Hg  ที่มาจาก HgSO4 จะเกิดเป็น vinyl cation (ประจุบวกอยู่บน
                                                     2+
                       คาร์บอนที่เป็น sp  ของอัลคีน) จากนั้นน้ำจะทำหน้าที่เป็นนิวคลีโอไฟล์มาชนที่คาร์โบแคทไอออนและ
                                     2
                       เกิดการเสียโปรตอนเกิดเป็น organomercurial alcohol ในขั้นถัดมา (step [2]) พันธะไพน์ของ
                       organomercurial alcohol จะจับกับโปรตอนของกรดเกิดเป็นคาร์โบแคทไอออนขึ้น อินเตอร์มีเดียท
                                                                                      +
                       ที่เกิดขึ้นนี้จะได้รับความเสถียรจากผลของเรโซแนนซ์ และเมื่อพันธะ C—Hg  แตกออกจะเกิดเป็นอี
                       นอลและได้ HgSO4 กลับมาใช้ใน step [1] ต่อไป ในขั้นสุดท้าย (step [3]) เป็นการเกิด

                       tautomerization เปลี่ยนอีนอลให้กลายเป็นคีโตนในสภาวะกรด (เนื่องจากในปฏิกิริยามีการใส่
                       H2SO4) ดังแสดงในภาพที่ 8.10
   458   459   460   461   462   463   464   465   466   467   468