Page 470 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 470

442                                                                เคมีอินทรีย์ (Org. Chem.)


               เมื่อ but-1-yne ทำปฏิกิริยากับ H2O, HgSO4, H2SO4 จะเห็นว่า H อะตอมของ H2O จะเข้าเติมที่
               คาร์บอนอะตอมที่มี H มากกว่า (ตามกฎมาร์คอฟนิคอฟ) เกิดเป็นอีนอล จากนั้นเมื่อเกิด
               tautomerization จะให้สารผลิตภัณฑ์เป็น คีโตน ออกมา แต่เมื่อ but-1-yne ทำปฏิกิริยาไฮโดรโบเร-
               ชัน-ออกซิเดชัน เสมือนว่า H จะเข้าฝั่งที่ H น้อยกว่า (เปรียบเสมือน H ของ H2O เข้าแบบแอนติ-

               มาร์คอฟนิคอฟ) เมื่อปฏิกิริยาออกซิเดชันเสร็จสิ้นจะได้อีนอลที่จะเกิด tautomerization ต่อ
               กลายเป็น อัลดีไฮด์


                    ❑  ปฏิกิริยาไฮเดรชัน (H2O, HgSO4, H2SO4) จะให้สารผลิตภัณฑ์เป็น คีโตน

                    ❑  ปฏิกิริยาไฮโดรโบเรชัน-ออกซิเดชัน จะให้สารผลิตภัณฑ์เป็น อัลดีไฮด์

                ตัวอย่างที่ 8.12 | ปฏิกิริยาไฮเดรชัน Vs ปฏิกิริยาไฮโดรโบเรชัน-ออกซิเดชัน

                โจทย  จงเขียนสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสารตั้งต้น y ที่แสดงด้านล่างนี้ ทำปฏิกิริยากับรีเอเจนต์
                     ์
                        (a) H2O, HgSO4, H2SO4  (b) Sia2B-H ตามดัวย H2O2, NaOH






                วิธีคิด  หากสาร y ทำปฏิกิริยากับรีเอเจนต์ (a) ให้พิจารณาว่า H ของ H2O จะเข้าเติมที่พันธะไพน์
                        ในฝั่งที่ H มากกว่า และเกิดเป็นอีนอล เมื่อเกิด tautomerization ต่อ จะได้ คีโตน ออกมา
                        เป็นสารผลิตภัณฑ์ ดังแสดง

























                        แต่เมื่อสารตั้งต้น y ทำปฏิกิริยากับ Sia2B-H ตามด้วย H2O2, NaOH จะให้สารผลิตภัณฑ์
                        เป็น อัลดีไฮด์ (รายละเอียดแสดงในตัวอย่างที่ 8.11)

                        เมื่อเปรียบเทียบปฏิกิริยาทั้งสอง ดังแสดง
   465   466   467   468   469   470   471   472   473   474   475