Page 493 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 493

เบนซีนและสารประกอบอะโรมาติก                                                     465


                       9.2 เกณฑ์การตัดสินความเป็นอะโรมาติก
                            (The criteria for aromaticity–Hückel’ rule)
                              เนื่องด้วยสารประกอบอะโรมาติกจะมีความเสถียรสูงมาก ในบางครั้งเห็นโครงสร้างที่เป็นวง

                                            ั
                       มีลักษณะแบนราบและมีพนธะไพน์อาจไม่ใช่สารประกอบอะโรมาติกเสมอไป สารประกอบอะโรมาติก
                       ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้)


                        [1] โมเลกุลต้องเป็นวง

                        [2] โมเลกุลต้องมีลักษณะแบนราบ
                                                                                                     ี่
                        [3] มีระบบคอนจูเกตอย่างสมบูรณ์ (completely conjugated) หมายถึง มี p ออร์บิทัลทว่าง
                                  ้
                        ที่พร้อมจะซอนเหลื่อมทุกคาร์บอนอะตอม
                        [4] มีจำนวนไพน์อิเล็กตรอนเป็นไปตาม กฎของ Hückel, 4n+2 (รายละเอียดจะกล่าวต่อไป)


                       จากเกณฑ์การพิจารณาความเป็นอะโรมาติกทั้ง 4 ข้อ จะกล่าวรายละเอียดพร้อมแสดงตัวอย่างทีละ
                       ข้อ ดังนี้


                                      [1] โมเลกุลต้องเป็นโครงสร้างแบบวง
                                            เกณฑ์ข้อแรกนี้ โครงสร้างของสารที่พจารณาจะต้องเป็น วง หากโครงสร้าง
                                                                           ิ
                                     ไม่เป็นวง จะไม่เกิดการซ้อนเหลื่อมของ p ออร์บิทัล ทำให้เกิดการเรโซแนนซ์ของ

                                     อิเล็กตรอนได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น เบนซีนมีความ เป็นอะโรมาติก เพราะ p ออร์
                                     บิทัลทั้งหมดของวงเบนซีนสามารถซ้อนเหลื่อมกันได้หมด แต่สาร 1,3,5-hexatriene
                                     มีโครงสร้างไม่ได้ต่อเป็นวง สองคาร์บอนอะตอมไม่สามารถซ้อนเหลื่อมกันได้ สาร

                                     1,3,5-hexatriene จึง ไม่เป็นอะโรมาติก (not aromatic) ดังแสดง













                                                                                              ไม่สามารถ
                                                                                              ซ้อนเหลื่อมได้



                                            p ออร์บิทัลทุกออร์บิทัลซ้อนเหลื่อม  p ออร์บิทัลที่ปลายไม่สามารถซ้อนเหลื่อม

                                            กันหมด                     กันได้
   488   489   490   491   492   493   494   495   496   497   498