Page 788 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 788
760 อนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก
กลไกการเกิดฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเอไมด์ในสารละลายเบส แสดงในภาพ
-
ที่ 13.16 ในขั้นแรก OH จะทำหน้าที่เป็นนิวคลีโอไฟล์เข้าชนที่คาร์บอนอะตอมของหมู่คาร์บอนิลของ
CONH2 (step [1]) เกิดผ่านสารตัวกลางที่มีรูปร่างเป็นทรงสี่หน้า (tetrahedral intermediate)
ประจุลบบนออกซิเจนอะตอมจะเคลื่อนลงมาสร้างพันธะไพน์ระหว่างคาร์บอนอะตอมและออกซิเจน
อะตอม พร้อมไล่ –NH2 ออกเป็น leaving group (step [2]) หมู่ NH2 ที่หลุดออกมาจะทำหน้าที่เป็น
-
เบสดึงโปรตอนของหมู่ COOH (step [3]) ได้เป็นคาร์บอกซิเลทไอออน (RCOO ) เป็นสารผลิตภัณฑ์
-
และแอมโมเนียแก๊ส (NH3) เป็น by-product
Mechanism 13.16 | กลไกการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเอไมด์ในสารละลายเบส
ภาพที่ 13.16 ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสของเอไมด์ในสารละลายเบส
ปรังปรุงจาก: Smith, J. (2010). Organic Chemistry: McGraw-Hill Education.
จุดที่น่าสนใจของกลไกการเกิดปฏิกิริยานี้มีอยู่ในขั้นที่ [2] จะเห็นว่า NH2 ที่
-
หลุดออกมามีความเป็นเบสที่แรงมากกว่า OH จึงหมายความว่า NH2 เป็น leaving group ที่แย่กว่า
OH ซึ่งขั้นนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ในกรณีนี้จะมีโอกาสน้อยมากที่ NH2 สามารถเป็น leaving group
-
หลุดออกไปได้ ซึ่งมี 2 ปัจจัยอธิบายการเกิดกลไกลักษณะเช่นนี้ คือ สารผลิตภัณฑ์คาร์บอกซิเลท
-
RCOO ที่เกิดขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสถียรอันเนื่องจากมีผลของเรโซแนนซ์ช่วย และอีกเหตุผลคือ เมื่อ
พิจารณาปฏิกิริยาในขั้นที่ [2] จะอยู่ในสมดุลเมื่อเกิดสารผลิตภัณฑ์เป็น RCOOH จะถูกเบสดึงโปรตอน
ไปเป็นคาร์บอกซิเลทไอออน จึงเสมือนว่า RCOOH หายไป สมดุลจึงเลื่อนเกิดไปทางผลิตภัณฑ์
(RCOOH) มากขึ้น

