Page 158 - เคมีสำหรับครู 2
P. 158
134 ไฟฟ้าเคมี
-
Cu (aq) + 2e → Cu(s) E◦ = 0.34 V
2+
+
-
2H (aq) + 2e → H2(g) E◦ = 0.00 V
2+
Zn (aq) + 2e → Zn(s) E◦ = -0.76 V
-
จากครึ่งปฏิกิริยารีดักชัน และค่าศักย์ไฟฟ้าของครึ่งปฏิกิริยาที่แสดงด้านบนนี้ หากค่า E◦ มีค่ามากจะ
ยิ่งเกิดปฏิกิริยาที่เขียนนี้ได้ดี (เกิดปฏิกิริยารีดักชันได้ดี) การเกิดปฏิกิริยารีดักชันได้ดี หมายถึง ยิ่งเป็น
ตัวออกซิไดส์ที่แรง ดังนั้นหากเรียงลำดับความแรงของตัวออกซิไดส์จะได้
2+
2+
ิ
+
ลำดับความแรงของตัวออกซไดส์: Cu > H > Zn
เมื่อกล่าวว่า E◦ มากจะเกิดปฏิกิริยารีดักชันได้ดี (ตัวออกซิไดส์ที่แรง) หากมองในมุมกลับกันอาจกล่าว
ได้ว่า ยิ่งค่า E◦ ของครึ่งปฏิกิริยานั้นมีค่าน้อย ปฏิกิริยานั้นก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดี (เป็นตัว
รีดิวซ์ที่แรง) ดังนั้นลำดับความแรงของตัวรีดิวซ์แสดงได้ดังนี้
ลำดับความแรงของตัวรีดิวซ์: Zn > H2 > Cu
ิ
เนื่องจากการเป็นตัวรีดิวซ์หมายถึงสารนั้นต้องเกิดปฏิกิริยาออกซเดชันได้ดี เวลาแสดงสารที่จะเป็นตัว
รีดิวซ์นั้น ต้องเป็นสารที่พร้อมเสียอิเล็กตรอน เช่น เมื่อทราบว่าค่า E◦ ของครึ่งปฏิกิริยา Zn มีค่าน้อย
สุด แสดงว่าต้องเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดี แต่เวลาเขียนลำดับความแรงของตัวรีดิวซ์ เราจะไม่เขียน
2+
2+
เป็น Zn เพราะ Zn จะไม่สามารถจ่ายอิเล็กตรอนได้อีก ต้องเป็น Zn(s) ซึ่งเป็นสปีชีส์ที่พร้อมจ่าย
อิเล็กตรอน
ตัวอย่างที่ 4.8 | การลำดับความแรงของตัวออกซิไดส์ตัวรีดิวซ์
โจทย ์ จงเรียงลำดับความแรงของตัวออกซิไดส์ของสารต่อไปนี้ จากมากไปน้อย
Cl2(g), H2O2(aq) , Fe (aq)
3+
วิธีคิด ให้พิจารณาจากตารางค่า E◦ ของครึ่งปฏิกิริยา (ตารางที่ 4.2) ของสารที่เกี่ยวข้องจะได้
Fe (aq) + e → Fe (aq) E◦ = 0.77 V
3+
2+
–
-
-
Cl2(g) + 2e → 2Cl(aq) E◦ = 1.36 V
-
+
H2O2(aq) + 2H (aq) + 2e → 2H2O(l) E◦ = 1.78 V
จากค่า E◦ ที่แสดงด้านบนนั้นจะเห็นว่าสารที่เกิดปฏิกิริยารีดักชันได้ดีที่สุด (ค่า E◦
3+
ื
่
มากทีสุด) คอ H2O2(aq) รองลงมาคือ Cl2(g) และน้อยสุดคือ Fe (aq)
3+
ดังนั้น ลำดับความแรงของตัวออกซิไดส์ คือ H2O2 > Cl2 > Fe

