Page 171 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 171
ื
็
ิ
ี
�
�
่
็
ิ
ี
่
ื
เพ่อเรียกเกบเงนค่ำจ้ำงงวดทสองเพอเกบเงนจ�ำเลยโดยตรงแต่จำเลยไม่ชำระหน้ โจทก์จึงมอบ
หมำยให้ทนำยควำมมีหนังสือบอกกล่ำวทวงถำมไปยังจ�ำเลยแต่จ�ำเลยยังคงเพิกเฉย ท�ำให้โจทก์
ิ
ได้รับควำมเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงินให้แก่โจทก์ ๓๙,๒๐๐ ยูโร พร้อมเงินเพ่มอัตรำ
ร้อยละ ๑.๘ ต่อเดือน คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๓๙,๕๖๗.๙๐ ยูโร และให้จ�ำเลยช�ำระเงินเพิ่มอัตรำ
ร้อยละ ๑.๘ ต่อเดือนของต้นเงิน ๓๙,๒๐๐ ยูโร นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ
แก่โจทก์
ื
จ�ำเลยให้กำรว่ำ จ�ำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ตำมสัญญำกับโจทก์เน่องจำกจ�ำเลยเข้ำท�ำสัญญำ
ี
ั
ี
ั
ในฐำนะตวแทนของบรษทเอมเมอร์รลด์ รซอสเซส พทอ จำกด ซงเป็นนตบคคลจดทะเบยน
ิ
ี
ี
ี
็
ุ
ั
่
ึ
ิ
ิ
ั
�
ตำมกฎหมำยต่ำงประเทศจ�ำเลยจึงไม่ใช่คู่สัญญำท่แท้จริงกับโจทก์ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องบังคับ
ี
ตำมสัญญำกับจ�ำเลย ข้อพิพำทตำมสัญญำไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงเน่องจำกสัญญำตำมค�ำฟ้องของโจทก์เป็นสัญญำท่ท�ำข้นและ
ื
ึ
ี
ู่
ั
้
่
ี
ิ
ั
มผลบังคับนอกรำชอำณำจกรไทย ตลอดจนคสัญญำทงสองฝ่ำยเป็นนิตบุคคลตำงประเทศ สัญญำ
ี
ั
ดังกล่ำวจึงเป็นสัญญำซ้อขำยหรือให้บริกำรท่มีคู่สัญญำท้งสองฝ่ำยเป็นนิติบุคคลต่ำงประเทศ
ื
ี
ื
จ�ำเลยไม่ได้ผิดสัญญำกับโจทก์เน่องจำกตำมสัญญำท่จ�ำเลยกระท�ำกำรแทนบริษัทเอ็มเมอร์รัลด์
รีซอสเซส พีทีอี จ�ำกัด เป็นกำรว่ำจ้ำงให้โจทก์โฆษณำสินค้ำในนิตยสำรสื่อสิ่งพิมพ์ของโจทก์แต่
ี
โจทก์ไม่ได้โฆษณำสินค้ำตำมข้อตกลงของคู่สัญญำ จ�ำเลยจึงไม่มีหน้ำท่ต้องรับผิดตำมค�ำฟ้อง
ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงพิจำรณำ
ี
แล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
ั
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำ
ดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำล
ั
ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและ
กำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
วินิจฉัยว่ำ คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศตำมพระรำชบัญญัติ
ั
จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศพ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕) หรือไม่ เห็นว่ำ ตำมค�ำฟ้องของโจทก์
ี
ี
ั
หน้เงินท่โจทก์ฟ้องเรียกจำกจ�ำเลยน้นมีมูลหน้มำจำกสัญญำท่จ�ำเลยว่ำจ้ำงโจทก์ให้จัดท�ำบทควำม
ี
ี
ประชำสัมพันธ์ตัวจ�ำเลยตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ THE TIMES ซ่งถือว่ำเป็นกำรให้บริกำร
ึ
143

