Page 173 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 173

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   บริษัทวำย.เค.ทีเอส

                       ที่ วทป  ๔๗/๒๕๖๐                         แคปปิตอล                   โจทก์

                                                                บริษัทที โอ เอ็ม พร๊อพเพอร์ตี้
                                                                เมนเนจเม้นท์ จ�ำกัด       จ�ำเลย



                                                            ื
                                                    ั
                       โจทก์กล่ำวอ้ำงว่ำ จำเลยท�ำสญญำกู้ยมเงินจำกโจทก์ ๑๕๕,๐๐๐,๐๐๐ เยน
                                           �
              จ�ำเลยได้รับเงินกู้ไปจำกโจทก์เรียบร้อยแล้ว ครบก�ำหนดช�ำระ โจทก์ทวงถำมแล้วจ�ำเลย
              ไม่ช�ำระ จ�ำเลยปฏิเสธว่ำ สัญญำกู้ตำมฟ้องปลอม จ�ำเลยไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินกู้ไปจำก

                      ื
                                                                      ี
              โจทก์ เม่อโจทก์เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนบริษัทท่ประเทศญ่ปุ่นเป็นผู้ให้บริกำรเงินกู้ยืม
                                                             ี
                                    ึ
              แก่จ�ำเลยผู้รับบริกำรซ่งเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนเป็นบริษัทจ�ำกัดและด�ำเนินธุรกิจอยู่
              ในประเทศไทย ด้วยกำรโอนเงินตำมสัญญำกู้จำกโจทก์ในประเทศญ่ปุ่นมำยังจ�ำเลยใน
                                                                               ี
              ประเทศไทย มีลักษณะเป็นกำรให้บริกำรจำกโจทก์ผู้ให้บริกำรในประเทศหน่งเป็นผลให้
                                                                                      ึ
                                                         ั
              จ�ำเลยผู้รับบริกำรได้รับประโยชน์จำกบริกำรน้นในอีกประเทศหน่ง อันเป็นธุรกรรมกำร
                                                                           ึ
                                                                      ี
              เงินระหว่ำงประเทศ กรณีตำมค�ำฟ้องและค�ำให้กำรไม่ใช่คดีท่มีปัญหำข้อพิพำทในมูลตำม
                                           ี
                                             ้
                                                                            ิ
                              ั
                                                                 ั
                                                             ่
                                                             ี
                                             ี
                                              ึ
                                                      ี
              สญญำก้ยมเงนกนธรรมดำ คดนจงเป็นคดแพ่งเกยวกบกำรให้บรกำรระหว่ำงประเทศท                ่ ี
                      ู
                       ื
                           ิ
               ั
              อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              ตำมมำตรำ ๗ (๕) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                      _____________________________

                                                                                               ื
                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทตำมกฎหมำยของประเทศญ่ปุ่น เม่อ
                                                                                         ี
              วันที่ ๒๒ เมษำยน ๒๕๕๑ จ�ำเลยท�ำสัญญำกู้ยืมเงินจำกโจทก์ ๑๕๕,๐๐๐,๐๐๐ เยน โดยยินยอม
              เสียดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๑ ต่อปี ของยอดเงินกู้ ก�ำหนดช�ำระเงินกู้คืนแก่โจทก์ภำยใน ๒๔๐ วัน
              หลังจำกได้รับหนังสือบอกกล่ำวจำกโจทก์ให้จ�ำเลยช�ำระเงิน จ�ำเลยได้รับเงินกู้จ�ำนวนดังกล่ำว

              เป็นหนังสือแจ้งกำรโอนเงินต่ำงประเทศเรียบร้อยแล้ว ต่อมำโจทก์มีหนังสือบอกกล่ำวให้จ�ำเลย

                                      ื
                       ู
                                                                           �
                     ิ
                                                                                      ั
                                                                                            �
                                   ี
                                   ้
                                                                                         ั
                                                                   ิ
              ชำระเงนก้พร้อมดอกเบยคน แต่ครบกำหนดแล้วจำเลยเพกเฉยไม่ชำระ ขอให้บงคบจำเลย
                                                            �
               �
                                                 �
              ช�ำระเงิน ๑๖๗,๗๖๑,๖๖๖ เยน คิดเป็นเงิน ๕๕,๔๐๖,๓๐๙.๙๐ บำท (อัตรำแลกเปล่ยน ณ วันฟ้อง
                                                                                    ี
                  ี
                                                                                          ี
              วันท่ ๒๒ กรกฎำคม ๒๕๕๙ คือ ๑๐๐ เยน ต่อ ๓๓.๐๒๖๘ บำท) พร้อมดอกเบ้ยอัตรำ
                                                     145
   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177   178