Page 182 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 182

ี
                                                                                ี
              ผู้ถือหุ้นสำมัญของบริษัทได้ โดยมีกำรจ่ำยเงินปันผลให้กับหุ้นสำมัญท่โจทก์ท่ ๒ ถืออยู่
              ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๒,๙๙๒,๘๐๖.๐๓ บำท ซึ่งกำรจ่ำยเงินปันผลให้โจทก์ที่ ๒

                                                      ี
              ดังกล่ำวกระท�ำโดยนำยทะเบียนหุ้นของโจทก์ท่ ๑ คือบริษัทศูนย์รับฝำกหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
              จ�ำกัด หรือ TSD และ TSD จะจ่ำยเงินปันผลให้แก่โจทก์ที่ ๒ ด้วยกำรโอนเงินปันผลให้แก่จ�ำเลย

                                                       ี
                                                                                            ี
                                                             ี
              ท่ ๑๐ ผู้รับฝำกหลักทรัพย์และดูแลหุ้นสำมัญท่โจทก์ท่ ๒ ได้ฝำกและจ�ำน�ำเป็นประกันหน้ตำม
                ี
              หุ้นกู้ไว้กับจ�ำเลยที่ ๑ และจ�ำเลยที่ ๑๐ จะท�ำกำรโอนเงินปันผลตำมค�ำสั่งของจ�ำเลยที่ ๑ ให้แก่
              จ�ำเลยท่ ๑ ในฐำนะทรัสตีหรือผู้แทน/ตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ต่อไป เงินปันผลจ�ำนวนดังกล่ำวเป็น
                     ี
              ดอกผลนิตินัยของหุ้นสำมัญ ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น ปัจจุบันยังคงฝำกและจ�ำน�ำอยู่กับจ�ำเลยที่ ๑๐

                                                       ึ
                                                  ี
              ในฐำนะผู้รับฝำกหลักทรัพย์ของจ�ำเลยท่ ๑ ซ่งเป็นหลักทรัพย์จ�ำน�ำไว้เป็นประกันส�ำหรับหน  ี ้
                                                                                              ี
              มีประกันซ่งได้แก่หน้ท่เกิดจำกสิทธิและเปล่ยนหุ้นกู้เป็นหุ้นสำมัญภำยในระยะเวลำแลกเปล่ยน
                                                    ี
                       ึ
                                  ี
                                ี
                                         ี
                                                                ิ
                                                                                      ี
                       ึ
                                      ี
                   ั
              เท่ำน้น ซ่งจนถึงปัจจุบันน้หน้มีประกันดังกล่ำวได้ระงับส้นสุดไปแล้ว ส่งผลให้หน้ตำมสัญญำ
                       ั
              อุปกรณ์ท้งหลำย อันได้แก่ สัญญำรับฝำกหลักทรัพย์และสัญญำจ�ำน�ำหุ้นได้ระงับส้นสุดลงด้วย
                                                                                      ิ
              อีกท้งยังปรำกฏอีกด้วยว่ำหน้ประธำนคือ หน้ตำมหุ้นกู้ท้งหมดได้ขำดอำยุควำมไปแล้วตำมเง่อนไข
                  ั
                                                             ั
                                       ี
                                                    ี
                                                                                            ื
              และข้อก�ำหนดของหุ้นกู้และสัญญำก่อตั้งทรัสต์ และตำมค�ำพิพำกษำศำลฎีกำดังนั้น จ�ำเลยที่ ๑
              ซึ่งเป็นทรัสตี และจ�ำเลยที่ ๑๐ ซึ่งเป็นผู้รับฝำกหลักทรัพย์และเป็นตัวแทนของทรัสตีจึงไม่มีสิทธิ
              ยึดหน่วงหุ้นสำมัญ ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น รวมถึงเงินปันผล ๖๒,๙๙๒,๘๐๖.๐๓ บำท ของโจทก์
              ที่ ๒ ได้อีกต่อไป ภำยหลังจำกที่โจทก์ที่ ๑ จ่ำยเงินปันผลให้แก่โจทก์ที่ ๒ โดยนำยทะเบียนหุ้น
                                                            ี
              ของโจทก์ท่ ๑ คือ TSD ได้โอนเงินปันผลให้แก่จ�ำเลยท่ ๑๐ ผู้รับฝำกหลักทรัพย์ในประเทศไทย ใน
                        ี
                                                        ี
                                                           ื
                                                                   ี
              ระหว่ำงวันท่ ๑๔ สิงหำคม ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้องน้ เม่อจ�ำเลยท่ ๑๐ ได้รับเงินปันผลในแต่ละปีแล้ว
                         ี
              จ�ำเลยที่ ๑๐ โอนเงินปันผลที่รับในแต่ละปีตำมค�ำสั่งของจ�ำเลยที่ ๑ ให้แก่จ�ำเลยที่ ๑ ที่ประเทศ
              อังกฤษ จำกนั้นจ�ำเลยที่ ๑ ในฐำนะทรัสตีได้จ่ำยเงินเพื่อน�ำไปช�ำระเป็นค่ำจ้ำงหรือค่ำธรรมเนียม
              และค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ ของตนเองในฐำนะทรัสตีและดอกเบ้ยค้ำงช�ำระให้แก่บรรดำผู้ถือหุ้นกู้
                                                                  ี
              ที่เหลืออยู่ทั้งหมดตำมสัดส่วนรวมถึงน�ำเงินไปจ่ำยให้แก่จ�ำเลยที่ ๑๙ และจ�ำเลยที่ ๑๑ ซึ่งอ้ำงว่ำ
                                                                                         ั
                                                                                             ั
                                                                                 ั
                                                               ึ
                                                                        ิ
                                                                           ั
                       ุ
                          ู
                                          �
              เป็นผ้ถอห้นก้ กำรกระท�ำของจำเลยท ๑ ถงท ๒๓ จงเป็นกำรผดสญญำรบฝำกหลกทรพย์
                   ู
                     ื
                                                     ึ
                                                ี
                                                        ี
                                                ่
                                                        ่
              และสัญญำจ�ำน�ำหุ้นและเป็นกำรท�ำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๘ ร่วม
              กันหรือแทนกันคืนหุ้นสำมัญของโจทก์ที่ ๑ จ�ำนวน ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น ให้แก่โจทก์ที่ ๒ หำก
              จ�ำเลยท่ ๑ ถึงท่ ๑๘ ไม่สำมำรถปฏิบัติตำมได้เพรำะสภำพแห่งหน้ไม่เปิดช่องให้กระท�ำได้
                             ี
                                                                           ี
                     ี
              ขอให้จ�ำเลยท่ ๑ ถึงท่ ๑๘ ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินค่ำหุ้นคืนให้แก่โจทก์ท่ ๒ ค�ำนวณ
                          ี
                                  ี
                                                                                     ี
                                                     154
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187