Page 184 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 184
ี
ี
ขำดอำยุควำมแล้ว จ�ำเลยท่ ๑ ไม่มีสิทธิน�ำเงินปันผลดังกล่ำวไปด�ำเนินกำรใด ๆ และจ�ำเลยท่ ๑๐
ื
ี
ี
ไม่มีสิทธิยึดหน่วงหุ้นสำมัญของโจทก์ท่ ๑ ไว้ จึงฟ้องเป็นคดีน้เพ่อเรียกเงินปันผลพร้อมหุ้นสำมัญ
ของโจทก์ที่ ๑ คืน ดังนั้น ตำมฟ้องโจทก์จึงฟังได้ว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ เป็นผู้ด�ำเนินกำรจัดกำรเกี่ยวกับ
ี
ู้
ี
ี
่
หุ้นกท่ออกโดยโจทก์ท่ ๒ ประกอบกับสัญญำรับฝำกทรัพย์และสัญญำจ�ำน�ำหุ้นระหวำงจ�ำเลยท่ ๑
กับโจทก์ที่ ๒ เอกสำรท้ำยฟ้องหมำยเลข ๑๓ ถึง ๑๕ แสดงให้เห็นว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ เป็นผู้ให้บริกำร
เกี่ยวกับกำรจัดกำรหุ้นกู้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้และโจทก์ที่ ๒ และตำมค�ำฟ้องของโจทก์ทั้งสองยอมรับ
ั
ี
ี
ึ
ื
ว่ำ โจทก์ท่ ๒ เป็นบริษัทท่จัดต้งข้นเฉพำะกิจของโจทก์ท่ ๑ เพ่อออกหุ้นกู้และระดมทุนให้กับ
ี
โจทก์ที่ ๑ โดยโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของโจทก์ที่ ๒ ดังนั้น กำรด�ำเนินกำรต่ำง ๆ ของ
จ�ำเลยที่ ๑ จึงเป็นกำรให้บริกำรแก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๑ ได้รับประโยชน์จำกกำรด�ำเนินกำร
ของจ�ำเลยที่ ๑ ด้วย เมื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ส่วนจ�ำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล
ี
ึ
ต่ำงประเทศ กรณีจงเป็นกำรให้บรกำรระหว่ำงประเทศ แม้คดน้โจทก์ท้งสองจะฟ้องจำเลย
ี
ั
�
ิ
ั
ั
ั
ท้งย่สิบสำมในมูลละเมิด แต่กำรจะวินิจฉัยว่ำ จ�ำเลยท้งย่สิบสำมละเมิดต่อโจทก์หรือไม่น้น
ี
ี
้
์
่
่
่
้
ยอมตองพิเครำะหถึงนิติสัมพันธและขอตกลงตำมสัญญำตำง ๆ ระหวำงโจทกกับจ�ำเลยที่ ๑ ดวย
์
้
์
ี
ื
ี
ี
ื
คดีน้จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่อง อันอยู่
ี
ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำม
ั
พระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคด ี
ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕)
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
กำรค้ำระหว่ำงประเทศ
วินิจฉัย ณ วันที่ ๓๐ เดือน สิงหำคม พุทธศักรำช ๒๕๖๑
เมทินี ชโลธร
(นำงเมทินี ชโลธร)
ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
สุธรรม สุธัมนำถพงษ์ - ย่อ
นิภำ ชัยเจริญ - ตรวจ
156

