Page 183 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 183

โดยใช้รำคำปิด ณ วันที่ ๑๖ กรกฎำคม ๒๕๖๑ เป็นเงินหุ้นละ ๒.๕๙ บำท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น

                                                              ี
                                                           ั
              ๕๔๙,๓๓๑,๒๐๔.๑๐ บำท และขอให้บังคับจ�ำเลยท้งย่สิบสำมร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินแก่
              โจทก์ทั้งสอง ๗๖,๒๗๙,๓๕๖.๒๐ บำท ซึ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยนับแต่วันได้รับในแต่ละครำว
                         ี
              พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน๖๒,๙๙๒,๘๐๖.๐๓ บำท นับถัดจำกวันฟ้อง
              เป็นต้นไปจนกว่ำจ�ำเลยทั้งยี่สิบสำมจะร่วมกันหรือแทนกันช�ำระจนเสร็จสิ้นแก่โจทก์ทั้งสอง

                                                                                       ็
                                 ิ
                       ศำลทรัพย์สนทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงพจำรณำแล้ว เหนว่ำ กรณ       ี
                                                                          ิ
              มีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
                            ี
                                                            ั
              ประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำน
              ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
                                                                         ั
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ

              พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                                                               ื
                                                  ี
                                     ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่น
                      ื
                  ี
                                               ั
              ท่เก่ยวเน่อง ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
                ี
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕)
                                                                         ั
                       ็
                                                                                            ุ
                                                                 ่
                                                                         ้
                                                                                ี
                                                                                ่
                                           ั
                                                                 ี
                 ื
                                                                      ั
                                                                                           ิ
                                                                                         ิ
              หรอไม่ เหนว่ำ ตำมฟ้องโจทก์ท้งสองกล่ำวอ้ำงว่ำ โจทก์ท ๑ จดตงโจทก์ท ๒ เป็นนตบคคล
              เฉพำะกิจ โดยโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทโจทก์ที่ ๒ มีวัตถุประสงค์ในกำรออกหุ้นกู้
                ื
                                                        ั
                                                                    ื
              เพ่อเสนอขำยให้แก่นักลงทุนในต่ำงประเทศท้งหมด และเพ่อเป็นหลักประกันกำรช�ำระหน       ี ้
                                                                     ั
                                                   ่
                                                   ี
                                                                               ี
                                                                ุ
              ทงหมดของห้นก้ซงเกดจำกสิทธแลกเปลยนห้นกู้เป็นห้นสำมญ โจทก์ท ๒ นำห้นสำมญใน
                                                       ุ
                                                                               ่
                             ู
                                                                                       ุ
                               ่
                               ึ
                ั
                                                                                            ั
                          ุ
                ้
                                           ิ
                                  ิ
                                                                                    �
              บริษัทโจทก์ที่ ๑ ไปจ�ำน�ำและส่งมอบหุ้นสำมัญ ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น ให้แก่จ�ำเลยที่ ๑ ในฐำนะ
              ทรัสตีหรือผู้แทน/ตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อมำโจทก์ท่ ๒ ไม่สำมำรถจ่ำยดอกเบ้ยให้ผู้ถือหุ้นกู้ได้
                                                          ี
                                                                                  ี
                    ื
              และเม่อผู้ถือหุ้นกู้ใช้สิทธิไถ่ถอนหรือขำยคืนหุ้นกู้โจทก์ท่ ๒ ผิดนัดช�ำระหน้ค่ำไถ่ถอนหรือขำย
                                                                                ี
                                                               ี
              คืนต่อผู้ถือหุ้นกู้ ต่อมำ โจทก์ที่ ๑ มีควำมสำมำรถในกำรจ่ำยเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นสำมัญของ
              บริษัทได้ โดยมีกำรจ่ำยเงินปันผลให้กับหุ้นสำมัญที่โจทก์ที่ ๒ ถืออยู่ ๒๑๒,๐๙๖,๙๙๐ หุ้น เป็น
                                                                         ี
                                                                                              ี
              เงินท้งส้น ๖๒,๙๙๒,๘๐๖.๐๓ บำท โดยเงินปันผลจ�ำนวนน้จ�ำเลยท่ ๑๐ โอนให้แก่จ�ำเลยท่ ๑
                   ั
                     ิ
                                                                  ี
                                                                               ั
                                            ู
                                                ุ
                             ื
              ในฐำนะทรสตีหรอผู้แทน/ตัวแทนผ้ถือห้นก้ จำกน้นจำเลยท่ ๑ ในฐำนะทรสตีได้ท�ำกำรจ่ำยเงน
                       ั
                                                   ู
                                                         ั
                                                            �
                                                                  ี
                                                                                               ิ
                ื
              เพ่อน�ำไปช�ำระเป็นค่ำจ้ำงหรือค่ำธรรมเนียมและค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ ของตนเองในฐำนะทรัสตีและ
              ดอกเบ้ยค้ำงช�ำระให้แก่บรรดำผู้ถือหุ้นกู้ท่เหลืออยู่ท้งหมดตำมสัดส่วน รวมถึงน�ำเงินไปจ่ำยให้แก่
                                                          ั
                                                  ี
                    ี
              จ�ำเลยที่ ๑๙ และจ�ำเลยที่ ๑๑ ซึ่งอ้ำงว่ำเป็นผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งโจทก์กล่ำวอ้ำงว่ำหนี้ตำมหุ้นกู้ทั้งหมด
                                                     155
   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188