Page 188 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 188

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   บริษัทอำวีว่ำ จ�ำกัด          โจทก์

                       ที่ วทป ๓๘/๒๕๖๒                          บริษัทลอว์ตันเอเชีย อินชัวรันส์
                                                                โบรกเกอร์ จ�ำกัด          จ�ำเลย


                       โจทก์ฟ้องว่ำโจทก์ประกอบธุรกิจรับประกันภัยต่อในต่ำงประเทศ จ�ำเลยเป็น

                                                             ี
              นำยหน้ำประกันวินำศภัยให้แก่โจทก์ในกำรท่โจทก์รับประกันภัยต่อให้แก่บริษัท
              รับประกันภัยในประเทศไทย ตำมค�ำฟ้องของโจทก์กับค�ำให้กำรและฟ้องแย้งของจ�ำเลย

              จึงมีข้ออ้ำงและข้อเถียงให้ต้องพิจำรณำว่ำ โจทก์หรือจ�ำเลยเป็นฝ่ำยผิดสัญญำในกำร
                                                                                  ี
                         ี
                                                                                     ี
                                                                               ื
              ให้บริกำรเก่ยวกับกำรรับประกันภัยต่อระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวข้อง คดีน    ้ ี
              จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
                                      _____________________________


                                                                                               ั
                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์ประกอบธุรกิจรับประกันภัยต่อในต่ำงประเทศโดยจดทะเบียนจัดต้ง
              ข้นตำมกฎหมำยของประเทศสิงคโปร์ จ�ำเลยเป็นนำยหน้ำประกันวินำศภัยให้แก่โจทก์ในกำร
               ึ
                ี
              ท่โจทก์รับประกันภัยต่อให้แก่บริษัทรับประกันภัยในประเทศไทย จ�ำเลยได้ด�ำเนินกำรให้โจทก์
              รับประกันภัยต่อให้แก่บริษัทเมืองไทยประกันภัย จ�ำกัด (มหำชน) ในกำรรับประกันภัยสุขภำพ

              และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลแบบกลุ่มของลูกจ้ำงและผู้ติดตำมของโรงเรียนบำงกอกพัฒนำ

              และโรงเรียนนำนำชำติ บริติช จ�ำเลยได้รับค่ำเบ้ยประกันภัยไว้แล้วแต่ส่งให้โจทก์ไม่ครบตำม
                                                         ี
                                                                                          ี
                ี
              ท่ตกลง ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงินจ�ำนวน ๑๗,๗๐๒,๒๔๗.๙๘ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำ
              ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำวนับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
                       จ�ำเลยให้กำรและฟ้องแย้งว่ำ จ�ำเลยไม่ได้ท�ำผิดสัญญำและไม่ได้ค้ำงช�ำระค่ำเบ้ยประกันภัย
                                                                                      ี
                                      ั
                                                                            ั
                                                          �
                                                                         ี
                ี
                ่
              ทจะต้องส่งมอบแก่โจทก์ สญญำระหว่ำงโจทก์กบจำเลยไม่ได้เป็นเพยงสญญำนำยหน้ำ แต่เป็น
                                                       ั
                                                          �
                                                              �
              สญญำร่วมทน โจทก์เป็นฝ่ำยผดสญญำร่วมทน ทำให้จำเลยได้รบควำมเสยหำย ขอให้ยกฟ้อง
                                                                               ี
                                                                      ั
                                                      ุ
                                            ั
                                         ิ
               ั
                         ุ
              และบังคับโจทก์ช�ำระเงิน ๗๐,๘๓๓,๐๒๖.๔๖ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของ
              ต้นเงินจ�ำนวน ๖,๘๑๐,๖๕๘ บำท นับถัดจำกวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่จ�ำเลย
                          ั
                                                                              ี
                       ในช้นพิจำรณำ ศำลแพ่งกรุงเทพใต้ เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ
                             ั
              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
                                             ิ
              เป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัตจัดต้งศำลทรพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
                                                        ั
                                                 ั
              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                     160
   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193