Page 344 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 344

ี
                                                                                              ี
              ด�ำเนินธุรกิจแข่งขันกับโจทก์ท่ ๓ โดยไม่ได้รับควำมยินยอมจำกโจทก์ท้งสำม แล้วจ�ำเลยท่ ๑
                                                                             ั
                                                       ี
                   ี
                                               ี
                                  ี
              และท่ ๒ ได้น�ำข้อมูลท่ได้จำกจ�ำเลยท่ ๓ ถึงท่ ๘ ไปใช้ในกำรพิจำรณำตัดสินใจลงทุนในธุรกิจ
              โรงไฟฟ้ำพลังงำนแสงอำทิตย์ทั้ง ๕ โครงกำร ที่โจทก์ที่ ๓ อยู่ระหว่ำงกำรศึกษำและรอคณะกรรมกำร
                                                                 ั
                                                                                         �
              บรหำรอนุมัตลงทุน นอกจำกน จ�ำเลยท่ ๓ ยังเป็นพนกงำนของโจทก์ท่ ๒ ได้นำข้อมล
                          ิ
                                                                                               ู
                 ิ
                                                    ี
                                                                                 ี
                                           ้
                                           ี
                                                                         ี
              อันเป็นควำมลับทำงกำรค้ำซ่งตนได้รู้เพรำะเป็นพนักงำนของโจทก์ท่ ๒ น�ำไปใช้ประกอบธุรกิจ
                                       ึ
                                               ั
              โรงงำนไฟฟ้ำอย่ำงเดียวกันกับโจทก์ท้งสำม อันมีลักษณะขัดต่อแนวทำงปฏิบัติในเชิงพำณิชย์ท  ี ่
                             ้
                                                                      ั
                             ี
                           ั
                       ั
                                           ู
               ุ
                                     ั
                                                                                    ั
                                                        ั
              สจริตต่อกน ท้งน จ�ำเลยทงแปดร้ว่ำกำรกระทำดงกล่ำวเป็นกำรขดต่อแนวปฏบตน้นและเป็นกำร
                                                     �
                                     ้
                                                                                ิ
                                                                                  ั
                                                                                   ิ
              ละเมิดสัญญำจ้ำงอย่ำงร้ำยแรง ท�ำให้โจทก์ทั้งสำมได้รับควำมเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยทั้งแปด
              ร่วมกันช�ำระค่ำเสียหำย ๗๕๓,๙๖๗,๘๕๓.๒๖ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
                                                                         ี
              ของต้นเงินดังกล่ำว นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ท้งสำม กับให้จ�ำเลย
                                                                                 ั
              ทั้งแปดระงับ  หรือละเว้นละเมิดสิทธิในควำมลับทำงกำรค้ำของโจทก์ทั้งสำม
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงอนุญำต
                                                                                     ี
                                                                                             ี
              ให้โจทก์ท้งสำมถอนฟ้องจ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒ และจ�ำหน่ำยคดีส�ำหรับจ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒
                                            ี
                       ั
                                                    ี
              จำกสำรบบควำม
                       จ�ำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ ให้กำรท�ำนองเดียวกันว่ำ คดีนี้ไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                        ั
                                                                            �
                             ิ
              ของศำลทรพย์สนทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ แต่อย่ในอำนำจของศำลแรงงำน
                                                                        ู
              ขอให้โอนคดีไปยังศำลแรงงำน โจทก์ทั้งสำมไม่ใช่ผู้เสียหำยไม่มีอ�ำนำจฟ้อง จ�ำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘
                                                                                       ิ
                                                                  ั
                                                         ิ
                                                                                 ื
                                    ั
                                    ้
                          ิ
              ไม่ได้โต้แย้งสทธิโจทก์ทงสำม ไม่ได้ละเมดสทธในควำมลบทำงกำรค้ำ หรอละเมดต่อโจทก์
                                                      ิ
                                                   ิ
              ทั้งสำม คดีตำมค�ำฟ้องขำดอำยุควำมมูลละเมิดทั่วไป ค�ำฟ้องเคลือบคลุม ข้อมูลกำรค้ำโครงกำร
                                                                      ี
                        ี
              โรงไฟฟ้ำญ่ปุ่นตำมฟ้องไม่ใช่ควำมลับทำงกำรค้ำ ไม่ใช่ข้อมูลท่ยำกแก่กำรเข้ำถึงผู้ประสงค์จะ
               ื
              ซ้อหรือสนใจสำมำรถขอจำกผู้ขำยโครงกำรหรือตัวแทนได้ โจทก์ท้งสำมไม่ได้รับควำมเสียหำย
                                                                        ั
              จ�ำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ ไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง
                                 ิ
                       ศำลทรัพย์สนทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงพจำรณำแล้ว เหนว่ำ กรณ       ี
                                                                                       ็
                                                                          ิ
              มีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
                             ี
              ระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีนี้ไว้ชั่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำว
                                                                                   ั
              ให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
              ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                                               ี
                                                                 ี
                                                                                 ี
                       วินิจฉัยว่ำ  กรณีมีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำคดีน้เป็นคดีแพ่งท่เก่ยวกับข้อพิพำท
              ในควำมลับทำงกำรค้ำตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๙) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
                                                                                   ั
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
                                                     316
   339   340   341   342   343   344   345   346   347   348   349