Page 56 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 56

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีชำญพิเศษ    บริษัทซีนิเพล็กซ์

                       ที่ วทป ๓๕/๒๕๖๐                          จ�ำกัด                     โจทก์

                                                                บริษัทสยำมสปอร์ต ซินดิเคท
                                                                จ�ำกัด (มหำชน)               จ�ำเลย




                       โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ จ�ำเลยซึ่งเป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในกำรถ่ำยทอดภำพ
              และเสียง กำรแข่งขันฟุตบอลของสมำคมกีฬำแห่งประเทศไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์

                                                           ิ
                                                     ิ
                                                             ั
                                                                                 �
                                                    ี
              ได้ท�ำสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธิงำนอนมลขสทธ์ดงกล่ำวกับโจทก์ประจำฤดูกำรแข่งขัน
                                                 ั
                                                        ิ
              ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๕๙ โดยโจทก์มีหน้ำท่ช�ำระค่ำตอบแทนกำรอนุญำตให้ใช้สิทธิใน
                                                      ี
              แต่ละฤดูกำรแข่งขันให้แก่จ�ำเลยตำมก�ำหนด แต่นับต้งแต่ในวันเปิดฤดูกำรแข่งขัน
                                                                    ั
                                ั
              ปี ๒๕๕๙ จนกระท่งจบฤดูกำรแข่งขัน จ�ำเลยไม่ส่งสัญญำณถ่ำยทอดเสียงและภำพกำร
              แข่งขันให้แก่โจทก์ตำมสัญญำ ท�ำให้โจทก์ต้องผิดสัญญำกับสมำชิกลูกค้ำของโจทก์
              ที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้ำ ไม่ได้รับชมกำรถ่ำยทอดกำรแข่งขันฟุตบอล ข้ออ้ำงที่โจทก์อำศัย
                                                                  ิ
              เป็นหลักแห่งข้อหำจึงเก่ยวพันโดยตรงกับกำรได้ลิขสิทธ์กำรถ่ำยทอดกำรแข่งขันฟุตบอล
                                    ี
              ของจ�ำเลย ส่วนจ�ำเลยต่อสู้ปฏิเสธว่ำไม่ได้เป็นผู้ผิดสัญญำตำมฟ้อง คดีจึงต้องวินิจฉัยถึง
              สิทธิในงำนลิขสิทธ์กำรแพร่เสียงแพร่ภำพกำรถ่ำยทอดฟุตบอลระหว่ำงจ�ำเลยกับโจทก์
                                ิ
                               ี
              อันเป็นประเด็นเก่ยวกับงำนอันมีลิขสิทธ์ว่ำ จ�ำเลยผิดสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธิในลิขสิทธ ิ ์
                                                    ิ
                                                                         ี
              ท�ำให้โจทก์ได้รับควำมเสียหำยหรือไม่ เพียงใด จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับลิขสิทธ์หรือสัญญำ
                                                                                      ิ
                                ิ
              อนุญำตให้ใช้สิทธ์ท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
                                 ี
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลทรัพย์สินทำง
              ปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ

              ระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                      _____________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นบริษัทในเครือของทรูวิชั่นส์ ให้บริกำรโทรทัศน์ทั่วประเทศผ่ำน
              ดำวเทียมในระบบดิจิทัลตรงสู่บ้ำนท่บอกรับเป็นสมำชิก โดยน�ำเสนอควำมบันเทิงหลำยช่อง
                                              ี
                                                                ื
              รำยกำร ท้งรำยกำรภำพยนตร์ สำระบันเทิง และกีฬำ เม่อวันท่ ๑๘ ธันวำคม ๒๕๕๖ จ�ำเลย
                                                                      ี
                        ั
              ซ่งเป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในกำรถ่ำยทอดภำพและเสียงกำรแข่งขันฟุตบอลรำยกำรต่ำง ๆ
               ึ
              ท่จัดโดยสมำคมกีฬำฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ได้ท�ำสัญญำอนุญำตให้ใช้
                ี
                                                      28
   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61