Page 54 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 54
ิ
่
ื
ั
�
่
ิ
้
ุ
ั
่
ี
๒๐๐,๐๐๐ บำท สญญำระหว่ำงโจทก์และจำเลยเรมต้นเมอวนท ๘ มกรำคม ๒๕๕๖ สนสดลง
ี
�
ิ
ิ
่
ั
ในวันท ๗ มกรำคม ๒๕๖๖ หำกจ�ำเลยฝ่ำฝืนหรอละเลยไม่ปฏบตตำมข้อกำหนดและเง่อนไข
ื
ื
ั
ตำมสัญญำท้งหมดหรือแต่บำงส่วน โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญำได้ทันทีโดยไม่จ�ำต้องบอกกล่ำว
ล่วงหน้ำและมีสิทธิเรียกให้จ�ำเลยรับผิดบรรดำค่ำเสียหำย ค่ำใช้จ่ำย และค่ำชดเชยท่เกิดข้น
ี
ึ
ี
ภำยหลังจำกท่จ�ำเลยท�ำสัญญำกับโจทก์ จ�ำเลยวำงแผนกำรตลำดโดยมุ่งเน้นกำรตลำดกับ
หน่วยงำนรำชกำรส่วนภูมิภำค ต่อมำเกิดวิกฤติทำงกำรเมืองส่งผลต่อกำรท�ำกำรตลำดของ
ี
จ�ำเลย จ�ำเลยจึงไม่สำมำรถท�ำกำรตลำดได้ตำมข้อตกลงท่ท�ำไว้กับโจทก์ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญำ
กับจ�ำเลย และเรียกค่ำเสียโอกำส ๒๐๐,๐๐๐ บำท จ�ำเลยได้รับหนังสือบอกกล่ำวแล้ว แต่เพิกเฉย
ไม่ช�ำระเงินให้กับโจทก์ จึงถือว่ำจ�ำเลยเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันที่ ๙ เมษำยน ๒๕๕๙ โจทก์จึงมีสิทธิ
คิดดอกเบี้ยผิดนัดอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันดังกล่ำว เป็นดอกเบี้ย ๘,๘๓๕.๖๒ บำท เมื่อ
รวมกับเงินต้นเป็นเงน ๒๐๘,๘๓๕.๖๒ บำท ขอให้บังคบจำเลยชำระเงิน ๒๐๘,๘๓๕.๖๒ บำท
ั
ิ
�
�
ี
พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บำท นับแต่วันถัดจำกวันฟ้อง
จนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
จ�ำเลยให้กำรว่ำ จ�ำเลยได้ด�ำเนินกำรท�ำแผนกำรตลำด โดยท�ำแปลน แผ่นพับโฆษณำ
และแผนโครงกำรที่น�ำเสนอต่อหน่วยงำนรำชกำรเพื่อท�ำกำรตลำดแล้ว มีกำรจัดสัมมนำ ประชุม
ื
ื
ี
ั
เก่ยวกับเทคโนโลยีเร่องตู้แดงอัจฉริยะต้งแต่เดือนตุลำคม ๒๕๕๖ แต่เน่องจำกเหตุกำรณ์ควำม
ไม่สงบในประเทศ ท�ำให้ไม่สำมำรถท่จะด�ำเนินกำรและท�ำกำรตลำดต่อไปได้ ซ่งเป็นเหตุผล
ี
ึ
เพียงพอและเป็นกำรสมควร จ�ำเลยได้ปฏิบัติตำมสัญญำแล้ว ตำมสัญญำจ�ำเลยมีหน้ำที่ท�ำกำรตลำด
เท่ำน้น แต่จะท�ำกำรตลำดได้หรือไม่เป็นควำมต้องกำรของผู้ซ้อหรืองบประมำณในกำรจัดซ้อ
ื
ื
ั
โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ำเสียหำยจำกจ�ำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลแขวงนครรำชสีมำพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน ี ้
อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
ั
ั
คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
มำตรำ ๙
ี
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธิ ตำมพระรำชบัญญัต ิ
จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำง
ั
26

