Page 216 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 216

ดังกลาวดวยความสมัครใจของทั้งสองฝายเพื่อเปนการเลิกสัญญาจางหรือไม หาไดกลาวถึงประเด็น

              จำเลยบอกเลิกจางโจทกที่ ๑ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ แตอยางใด ดังนั้นอุทธรณขอนี้ของโจทก

              ทั้งสามจึงเปนการอุทธรณนอกประเด็น ถือไดวาเปนอุทธรณในขอที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดย
              ชอบในศาลแรงงานกลาง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง

              มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสามขอ ๕ วา โจทกที่ ๑ มีสิทธิไดรับ
              คาทำงานในวันหยุดตามฟองหรือไม เห็นวา แมตามคูมือพนักงานจำเลยไมไดระบุหลักเกณฑการ

              ทำงานในวันหยุดวาตองเขียนรายงานในใบแสดงรายงานการทำงานก็ตาม แตหลักเกณฑดังกลาว

              ขอ ๔.๑ ระบุวาจำเลยอาจจะใหพนักงานทำงานในวันหยุดเทาที่จำเปน โดยผูบังคับบัญชาจะแจงให

              ทราบลวงหนา และการทำงานในวันหยุดตองไดรับอนุมัติลวงหนาจากผูบังคับบัญชา ดังนั้นการให
              พนักงานทำงานในวันหยุดจึงตองมีคำสั่งผูบังคับบัญชาอนุมัติลวงหนาและแจงพนักงานทราบดวย

              แตตามเอกสารที่โจทกที่ ๑ อางวามีการใชสัญลักษณ P’Ya มอบหมายใหโจทกที่ ๑ ปฏิบัติงานใน

              วันหยุดนั้น หาไดปรากฏชัดเจนวาเปนคำสั่งอนุมัติใหโจทกที่ ๑ ทำงานในวันหยุดหรือเปนการแจง

              ใหทราบลวงหนาตามคูมือพนักงานจำเลยแตอยางใด และศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงมาวา
              ตามรายงานการทำงานของโจทกที่ ๑ ก็ไมปรากฏวาโจทกที่ ๑ ไดมาทำงานในวันหยุดดังกลาว

              ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยวาโจทกที่ ๑ ไมมีสิทธิไดรับคาทำงานในวันหยุดนั้น ศาลอุทธรณ

              คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกทั้งสามขอนี้ฟงไมขึ้น

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา เงินเบี้ยเลี้ยงอันประกอบดวย คาพาหนะ
              คาที่จอดรถ คาอาหารและที่พัก และคาใชจายอื่น ๆ ที่จำเลยจายใหแกโจทกที่ ๑ เปนคาจางที่ตอง

              นำมาคำนวณจายเปนคาจางสำหรับวันหยุดพักผอนประจำปแกโจทกที่ ๑ หรือไม เห็นวา คาจาง

              ตามมาตรา ๕ ดังกลาว หมายความวา เงินที่นายจางและลูกจางตกลงกันจายเปนคาตอบแทนใน

              การทำงานตามสัญญาจางสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ แมขอเท็จจริงไดความวา เงินเบี้ยเลี้ยง
              ดังกลาว ซึ่งประกอบดวยคาพาหนะ ๑๙,๒๐๐ บาท คาที่จอดรถ ๒๐๐ บาท คาอาหารและที่พัก

              ๑๓,๕๐๐ บาท และคาใชจายอื่น ๆ ๔๐๐ บาท จำเลยไดจายใหโจทกที่ ๑ จำนวนเทากันทุกเดือน

              โดยโจทกที่ ๑ ไมตองนำใบเสร็จหรือหลักฐานมาแสดงแกจำเลยก็ตาม แตตามคำนิยามในคูมือ

              พนักงานจำเลย ขอ ๓ ระบุวา คาจาง หมายถึง เงินที่บริษัทจายเปนคาตอบแทนในการทำงาน
              ในระยะการทำงานปกติที่พนักงานมีสิทธิไดรับตามสัญญาจาง ไดแก เงินเดือน สำหรับพนักงาน

              รายเดือน แสดงใหเห็นวาจำเลยมีเจตนาตั้งแตแรกที่จะกำหนดใหเฉพาะเงินเดือนเทานั้นที่ถือ


                                                     ๒๐๖
   211   212   213   214   215   216   217   218   219   220   221