Page 251 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 251
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง
วา จำเลยเปนนิติบุคคลประเภทมูลนิธิ โรงพยาบาลหัวเฉียวเปนกิจการของจำเลย จำเลยจางโจทก
ทั้งสี่ทำงานเปนลูกจางโรงพยาบาลหัวเฉียว โจทกที่ ๑ เริ่มทำงานวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๒
ครั้งสุดทายตำแหนงผดุงครรภ แผนกหองผาตัด ฝายการพยาบาล ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ
๒๕,๗๓๑ บาท โจทกที่ ๒ เริ่มทำงานวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ครั้งสุดทายตำแหนงผดุงครรภ
แผนกหองผาตัด ฝายการพยาบาล ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๒๕,๗๕๑ บาท โจทกที่ ๓
เริ่มทำงานวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ครั้งสุดทายตำแหนงผดุงครรภ แผนกหองผาตัด ฝายการ
พยาบาล ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๒๖,๑๓๒ บาท โจทกที่ ๔ เริ่มทำงานวันที่ ๑ กรกฎาคม
๒๕๒๑ ครั้งสุดทายตำแหนงผดุงครรภ แผนกหอผูปวยชั้น ๑๐ ES ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ
๒๗,๕๘๘ บาท เดิมโรงพยาบาลหัวเฉียวมีสวัสดิการใหแกพนักงานเปนระบบเงินบำเหน็จ ซึ่งมิใช
สวัสดิการที่เกิดจากการแจงขอเรียกรองของลูกจาง ตอมาวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๖ โรงพยาบาล
หัวเฉียวออกประกาศเรื่องการเปลี่ยนแปลงสวัสดิการระบบเงินบำเหน็จเปนระบบเงินสะสม ใหมีผล
ใชบังคับตั้งแตวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๗ เปนตนไป ตามประกาศโรงพยาบาลหัวเฉียวที่ ๔๘/๒๕๒๖
และออกคำสั่งเรื่องระเบียบขอบังคับเกี่ยวกับการทํางาน ใหการพนสภาพจากการเปนพนักงาน
มี ๓ กรณี คือ ลาออก เลิกจาง หรือเกษียณอายุ และกำหนดการครบเกษียณอายุของพนักงาน
เมื่ออายุครบ ๖๐ ป หรืออายุการทำงาน ๓๐ ป ตามคำสั่งโรงพยาบาลหัวเฉียวที่ ๘๓/๒๕๒๖ โจทก
ทั้งสี่ทำบันทึกขอตกลงยินยอมใหโรงพยาบาลหัวเฉียวเปลี่ยนแปลงระบบสวัสดิการดังกลาว ตอมา
วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ (ที่ถูก วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒) จำเลยเลิกจางโจทกทั้งสี่เพราะเหตุ
เกษียณอายุ ๖๐ ป หลังเลิกจางโจทกทั้งสี่ไดรับเงินสะสมตามบันทึกขอตกลงในการเปลี่ยนแปลง
ขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานและสวัสดิการระบบเงินบำเหน็จเปนระบบเงินสะสมแลว ตามรายการ
ชำระเงิน แลววินิจฉัยวา การประกอบกิจการโรงพยาบาลหัวเฉียวของจำเลยมีวัตถุประสงคเพื่อ
แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ จึงตกอยูภายใตบังคับพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
จำเลยจายเงินสะสมตามประกาศโรงพยาบาลหัวเฉียวที่ ๔๘/๒๕๒๖ เรื่อง การเปลี่ยนแปลง
สวัสดิการระบบเงินบำเหน็จเปนระบบเงินสะสม ใหโจทกที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีจำนวนสูงกวา
คาชดเชยที่แตละคนมีสิทธิไดรับแลว สวนโจทกที่ ๒ แมเงินสะสมมีจำนวนนอยกวาคาชดเชย แตจำเลย
ไดจายเงินเพิ่มใหจนเทากับคาชดเชย ถือวาโจทกทั้งสี่ไดรับเงินตามบันทึกขอตกลงครบถวนแลว
จำเลยจึงไมตองจายคาชดเชยใหแกโจทกทั้งสี่อีก
มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสี่วา จำเลยตองจายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติ
คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ใหแกโจทกทั้งสี่หรือไม เพียงใด เห็นวา คาชดเชยเปนเงินที่กฎหมาย
คุมครองแรงงานบังคับใหนายจางตองจายใหแกลูกจางซึ่งถูกเลิกจางโดยไมไดกระทำผิด ซึ่งตาม
๒๔๑

