Page 256 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 256
เขาดวย เพราะขณะนั้นจำเลยที่ ๑ ยังเปนลูกจางโจทก ซึ่งหากนำระยะเวลาดังกลาวมารวมคำนวณ
ดวยแลว จำเลยที่ ๑ ไดกลับมาปฏิบัติงานใหแกโจทก รวมเปนเวลา ๓ ป ๑๐ วัน ซึ่งเปนเวลานานพอ
และชดเชยกับคาใชจายอันเปนคาเสียหายและคาปรับแลว จำเลยทั้งสองจึงไมตองรับผิดตอ
โจทกอีก จำเลยทั้งสองมิไดตอสูวาโจทกนับระยะเวลาการกลับมาชดใชปฏิบัติงานของจำเลยที่ ๑
ไมถูกตองและไมเปนไปตามลำดับสัญญาทำใหจำเลยที่ ๑ เสียเปรียบ จึงไมมีประเด็นพิพาทขอนี้
ในการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง อุทธรณของจำเลยทั้งสองดังกลาวจึงเปนขอที่มิไดยกขึ้นวา
กลาวกันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานกลาง สวนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณวา การคำนวณระยะ
เวลาที่จำเลย ๑ กลับมาปฏิบัติงานใหแกโจทกไมถูกตอง เพราะมิไดนำระยะเวลา ๙๒ วัน ที่จำเลย
ที่ ๑ ปฏิบัติงานที่ประเทศเยอรมนีตามสัญญาใหพนักงานไปปฏิบัติงานในโครงการ Star Alliance
Short-term Secondment ฉบับวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มารวมเขาดวย เนื่องจากขณะนั้น
จำเลยที่ ๑ ยังเปนลูกจางโจทก ซึ่งหากนำระยะเวลาดังกลาวมารวมคำนวณดวยแลว จำเลยที่ ๑
ไดกลับมาปฏิบัติงานใหแกโจทกรวมเปนเวลา ๓ ป ๑๐ วัน นั้น เห็นวา แมจะนำระยะเวลา ๙๒ วัน
ที่จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติงานที่ประเทศเยอรมนีตามสัญญาใหพนักงานไปปฏิบัติงานในโครงการ Star
Alliance Short-term Secondment ฉบับวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มารวมเขาดวยก็ตาม
จำเลยที่ ๑ ก็ยังกลับมาปฏิบัติงานใหแกโจทกไมครบถวนตามที่กำหนดไวทั้งสองสัญญาตามที่
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย จำเลยที่ ๑ จึงยังคงตองรับตามผิดตามสัญญาใหพนักงานไปปฏิบัติงาน
ในโครงการ Star Alliance Short-term Secondment อุทธรณของจำเลยทั้งสองในสวนนี้จึงไมเปน
สาระแกคดีอันควรไดรับการวินิจฉัย อุทธรณของจำเลยทั้งสอง ขอ ๒.๓ นี้จึงตองหามตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน
และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ
ไมรับวินิจฉัย
สวนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณขอ ๒.๖ วา การสงคำบอกกลาวทวงถามใหจำเลยที่ ๒ ชำระหนี้
ไมชอบดวยกฎหมาย เพราะตามใบตอบรับของไปรษณีย ในสวนที่ลงชื่อผูรับหรือผูรับแทนนั้น
ระบุชื่อวา สุภาพร เกี่ยวพันกับผูรับโดยเปนบุตรนั้น จำเลยที่ ๒ ไมเคยมีบุตรหรือญาติที่ชื่อสุภาพร
และไมมีชื่อบุคคลดังกลาวในบานที่สงหมาย คงมีเพียงบิดามารดาของจำเลยที่ ๒ พักอาศัยที่บาน
ดังกลาวนั้น เห็นวา อุทธรณของจำเลยทั้งสองดังกลาวเปนอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟง
พยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตาม
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
๒๔๖

