Page 26 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 26
โจทกเสียไดทันที กรณีจึงยังไมมีเหตุอันสมควรเพียงพอแกการเลิกจางโจทก จำเลยที่ ๑ เลิกจาง
โจทกไมเปนธรรม ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยมานั้นตองดวยความเห็นของศาลอุทธรณ
คดีชำนัญพิเศษ อุทธรณของจำเลยที่ ๑ ฟงไมขึ้น
ที่โจทกอุทธรณวา ศาลแรงงานภาค ๑ กำหนดคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม
แกโจทกเปนเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไมชอบดวยกฎหมาย ตามคำฟองโจทกไดอธิบายโดยชัดแจง
ซึ่งสภาพแหงขอหาและคำขอบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๗๒
วรรคสอง เกี่ยวกับระยะเวลาการทำงานและอัตราเงินเดือน สวนคำเบิกความพยานโจทกก็เบิก
ความในรายละเอียดและอางพยานเอกสารไวครบถวนแลว เมื่อพิจารณาประกอบคำเบิกความ
ของพยานจำเลย แสดงใหเห็นวาโจทกไดรับความเสียหายจริง ศาลแรงงานภาค ๑ กำหนด
คาเสียหายใหแกโจทกในจำนวนที่นอยเกินไป ไมไดไตสวนขอเท็จจริงใหชัดแจงเพื่อใหทราบจำนวน
ความเสียหายที่แทจริง เปนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไมครบถวนสมบูรณ กรณีตองมีการ
ไตสวนเพื่อรับฟงและกำหนดคาเสียหายขึ้นใหม ขอใหพิพากษาใหจำเลยทั้งสองชดใชคาเสียหาย
๕,๑๘๔,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยแกโจทก เห็นวา อุทธรณของโจทกดังกลาวเปนการโตเถียง
ดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๑ เพื่อนำไปสูขอกฎหมายวา ศาลแรงงาน
ภาค ๑ รับฟงพยานหลักฐานชอบหรือไม และกำหนดคาเสียหายชอบหรือไม เปนการอุทธรณ
โดยยกเหตุอื่น ๆ ขึ้นเพื่อโตแยงดุลพินิจในการกำหนดคาเสียหายของศาลแรงงานภาค ๑
อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธี
พิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา จำเลยที่ ๒ จะตองรวมกับจำเลยที่ ๑
รับผิดในคาเสียหายตอโจทกหรือไม เห็นวา การเปนนายจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ (๒) ในกรณีที่นายจางเปนนิติบุคคล ผูที่เปนนายจางใหหมายความรวมถึง
ผูมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูมีอำนาจกระทำการแทน
นิติบุคคลใหทำการแทนดวย ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๑ เปนนายจางของโจทก และจำเลยที่ ๑ มีจำเลย
ที่ ๒ เปนกรรมการผูจัดการ มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงมีฐานะเปนนายจาง
ดวยตามบทบัญญัติขางตน แตอยางไรก็ตามฐานะของจำเลยที่ ๒ ที่เปนนายจางโจทกก็เปน
ในนามของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ เพียงรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนนิติบุคคล
เทานั้น ไมตองรับผิดเปนสวนตัว ที่ศาลแรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวา จำเลยที่ ๒ ไมตองรวมรับผิด
กับจำเลยที่ ๑ ในการชำระคาเสียหายแกโจทก จึงไมตองดวยบทบัญญัติของกฎหมายดังกลาว
อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงขึ้น
๑๖

