Page 22 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 22

องคกรและลดพนักงานที่ไมจำเปนลงอันเปนมาตรการที่จำเปนอยางหนึ่ง โดยจำเลยพยายามปรับ

              ลดพนักงานใหนอยลงกลาวคือ เมื่อตนป ๒๕๕๙ จำเลยมีพนักงานทั้งสิ้น ๗๕ คน เมื่อมีพนักงาน
              ลาออกหรือพนสภาพการเปนลูกจาง จำเลยจะใหพนักงานที่มีอยูปฏิบัติหนาที่แทนโดยไมมีการ

              จางพนักงานใหม ทำใหเหลือพนักงานทั้งสิ้น ๖๖ คน ตอมาป ๒๕๖๐ จำเลยปรับโครงสรางองคกร

              ใหมโดยการควบรวมหนวยงานซัพพลายเชนกับหนวยงานสนับสนุนการขายเขาเปนหนวยงาน
              เดียวกัน และเมื่อตนป ๒๕๖๑ จำเลยไดยกเลิกการจางในตำแหนงใหมที่ไมจำเปน ๓ อัตรา คือ

              ตำแหนงผูจัดการฝายขาย ตำแหนงภูมิภาคประจำประเทศอินโดนีเซียและประเทศเวียดนาม และ
              ตำแหนงหัวหนางานฝายบริหารคุณภาพและทดสอบผลิตภัณฑ นอกจากนี้เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม

              ๒๕๖๑ จำเลยยังเพิ่มมาตรการลดคาใชจายเทาที่จำเปนตอการประกอบกิจการอีกหนึ่งมาตรการ

              คือ มาตรการควบคุมการจายเงินที่มีมูลคาเกินกวา ๑,๐๐๐ บาท ตอครั้ง ตองไดรับอนุญาตจาก
              ผูจัดการทั่วไป อันแสดงใหเห็นวาจำเลยพยายามแกไขปญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำดวยมาตรการ

              ที่จำเปนแลว การที่จำเลยมีหนังสือแจงการเลิกจางโจทกทั้งสามจึงเปนกรณีที่มีเหตุผลเชื่อมโยง
              ถึงมาตรการที่จำเปนของจำเลยในการแกไขปญหาดังกลาวขางตน ประกอบกับตำแหนงหนาที่

              งานของโจทกทั้งสามตางก็มีเนื้องานที่เกี่ยวของกับเรื่องยอดขายสินคาของจำเลยทั้งสิ้น การที่

              จำเลยตัดสินใจปรับลดจำนวนพนักงานในสวนที่เกี่ยวของกับยอดขายสินคาลงบางจึงเปนการใช
              อำนาจในกรอบการบริหารงานองคกรที่มีเหตุผลเพื่อความอยูรอดของจำเลยตอไปมิใชเปนการ

              ใชอำนาจตามอำเภอใจ ทั้งกอนการเลิกจางจำเลยยังจายคาจาง คาชดเชย และสินจางแทนการ

              บอกกลาวลวงหนาใหแกโจทกทั้งสามครบถวนตามกฎหมาย และยังจายคาเสียหายอันเนื่องมาจาก
              การเลิกจางใหแกโจทกทั้งสามเพิ่มเติมอีกสวนหนึ่งดวย เมื่อไมปรากฏขอเท็จจริงวาการที่

              จำเลยเลิกจางโจทกทั้งสามเปนการเลือกปฏิบัติหรือมีเจตนากลั่นแกลงโจทกทั้งสาม กรณีจึงถือ

              ไดวาจำเลยเลิกจางโจทกทั้งสามโดยมีเหตุผลอันสมควรเพียงพอ ไมใชการเลิกจางที่ไมเปนธรรม
              ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ที่ศาล

              แรงงานภาค ๑ วินิจฉัยวาการที่จำเลยเลิกจางโจทกทั้งสามเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมนั้น
              ไมตองดวยความเห็นของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงขึ้น เมื่อไดวินิจฉัย

              ดังนี้แลว กรณีจึงไมจำตองวินิจฉัยอุทธรณของจำเลยขออื่นอีกตอไป

                       พิพากษากลับใหยกฟองโจทกทั้งสาม.



                        (ธีระพล  ศรีอุดมขจร - อนุวัตร  ขุนทอง - กนกรดา  ไกรวิชญพงศ)


                                                                              ฐานุตร  เล็กสุภาพ - ยอ

                                                                            วัชรินทร  ฤชุโรจน - ตรวจ

                                                      ๑๒
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27